อัปเดตการลงทุนหุ้นญี่ปุ่น ม.ค. 69

กดฟัง
หยุด

K WEALTH ยังมองหุ้นญี่ปุ่นทรงตัว แม้ไม่ได้น่าสนใจจนควรรีบลงทุนเพิ่ม แต่ก็ยังคงถือต่อได้


มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ K WEALTH: ยังคงมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ต่อการลงทุนหุ้นญี่ปุ่น ในเดือน ม.ค. 69



เหตุผลที่ K WEALTH คงมุมมองเป็นกลาง

ปัจจัยบวก
  • เงินเฟ้อยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย ทำให้ BoJ จำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อ โดยแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากค่าเงินเยนอ่อนและความคาดหวังเงินเฟ้อของภาคธุรกิจที่อยู่เหนือ 2% อย่างไรก็ดี การใช้นโยบายการคลังเชิงรุกของรัฐบาลทากาอิชิ เพิ่มความเสี่ยงที่ BoJ จะต้องชะลอการลดงบดุลหรือกลับมาซื้อพันธบัตรเพื่อจำกัดการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนระยะยาว

ปัจจัยที่ควรติดตาม
  • GDP ไตรมาส 3 หดตัว -1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากภาคที่อยู่อาศัยและการส่งออก แต่การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนยังทรงตัว จากการฟื้นตัวของรายได้แรงงานที่แท้จริงและการลงทุนภาคธุรกิจ
  • รัฐบาลยังยอมรับค่าเงินเยนอ่อนเพื่อสนับสนุนการส่งออกและเสถียรภาพทางการคลัง พร้อมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจราว 21.3 ล้านล้านเยน ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบยังอยู่ในระดับสูง หนุนกำไรบริษัท โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ รวมถึงการซื้อหุ้นคืน อย่างไรก็ดี ระดับมูลค่าตลาดที่ตึงตัวและความเสี่ยงจากจีนและภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้โอกาสปรับขึ้นในระยะสั้นจำกัด

(ข้อมูล ณ 1 ม.ค. 69)


คำแนะนำ

  • สำหรับคนที่มีกำไรจากกองทุนหุ้นญี่ปุ่น หรือถือกองทุนหุ้นญี่ปุ่นไว้เกิน 20% ของเงินลงทุน พิจารณาขายบางส่วนไปลงทุนกองทุนหุ้นอื่น เช่น K-GSELECT, K-INDIA หรือกองทุนผสม K-WPULTIMATE, K-WPSPEEDUP ที่มีการกระจายลงทุน เหมาะกับการถือระยะยาว
  • สำหรับคนที่ขาดทุนจากกองทุนหุ้นญี่ปุ่น ยังสามารถถือต่อได้ หรือคงน้ำหนักการลงทุนหากยังถือกองทุนหุ้นญี่ปุ่นไม่เกิน 20% ของเงินลงทุน
  • สำหรับคนที่ยังไม่มีกองทุนหุ้นญี่ปุ่น ควรรอประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าลงทุน

Disclaimer: “ข้อมูลนี้เป็นความเห็นเบื้องต้นจาก K WEALTH บมจ. ธนาคารกสิกรไทย โดยมีนักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนเป็นสมาชิก ผู้ลงทุนต้องตัดสินใจลงทุนและรับผิดชอบด้วยตนเอง”


คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน / สนใจลงทุนและขอรับหนังสือชี้ชวนที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา


ผู้เขียน

K WEALTH

Back to top