ตลาดประกันสุขภาพกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยคุ้มครองค่ารักษาตั้งแต่บาทแรก ตอนนี้เริ่มมีคำว่า "Copayment" และ "Deductible" เข้ามาในกรมธรรม์มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดชอบค่ารักษาบางส่วนด้วยตัวเอง บทความนี้ K WEALTH จะพามาทำความรู้จักกับ Copayment และ Deductible พร้อมอธิบายสถานการณ์ตลาดปัจจุบัน และเหตุผลว่าทำไมต้นปี 2569 นี้จึงเป็นโอกาสดีในการทำประกันสุขภาพ
Copayment และ Deductible คืออะไร
Copayment (ร่วมจ่าย)
Copayment หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "Co-pay" คือ การที่ผู้เอาประกันต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ส่วนที่เหลือบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบ
ตัวอย่างการคำนวณ
หากกรมธรรม์กำหนด Copayment ที่ 20% และค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด 100,000 บาท
- ผู้เอาประกันภัยจ่าย 20,000 บาท (20%)
- บริษัทประกันจ่าย 80,000 บาท (80%)
จุดสำคัญของ Copayment
- ยิ่งเปอร์เซ็นต์ Copayment สูง เบี้ยประกันยิ่งถูก แต่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายเองมากขึ้น
- ทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา ต้องร่วมจ่ายตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด
- เหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพดี ใช้บริการรักษาพยาบาลไม่บ่อย และต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกัน
Deductible (ความรับผิดชอบส่วนแรก)
Deductible คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายเองก่อนจึงจะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกัน โดยปกติจะกำหนดเป็นจำนวนเงินคงที่ต่อปี หรือต่อครั้งของการรักษา
ตัวอย่างการคำนวณ
หากกรมธรรม์กำหนด Deductible ที่ 10,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด 50,000 บาท
- ผู้เอาประกันภัยจ่ายส่วนแรก 10,000 บาท
- บริษัทประกันจ่ายส่วนที่เหลือ 40,000 บาท
จุดสำคัญของ Deductible
- ยิ่ง Deductible สูง เบี้ยประกันยิ่งถูก แต่ต้องเตรียมเงินไว้จ่ายส่วนแรก
- บางกรมธรรม์กำหนดต่อปี บางกรมธรรม์กำหนดต่อครั้งของการรักษา
- เหมาะกับผู้ที่มีเงินสำรองและต้องการลดค่าเบี้ยประกันลง
ความแตกต่างระหว่าง Copayment กับ Deductible

กรณีมีทั้ง Copayment และ Deductible ในกรมธรรม์เดียวกัน เช่น กำหนดให้จ่าย Deductible ส่วนแรก 10,000 บาท จากนั้นร่วมจ่าย Copayment 10% ของค่ารักษาที่เหลือ ซึ่งจะทำให้เบี้ยประกันถูกลงมาก แต่ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระค่ารักษาส่วนหนึ่งทุกครั้ง
สถานการณ์ตลาดประกันสุขภาพในปัจจุบัน
จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด
ตลาดประกันสุขภาพไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลมากขึ้น ซึ่งต่างจากที่ผ่านมาที่บริษัทประกันจะคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยสำคัญ
สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลง
- ค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง
- เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8 - 10% ต่อปี โดยเฉพาะค่าห้องพิเศษและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย
- การใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มมากขึ้น
- เทคโนโลยีการรักษาใหม่ๆ มีค่าใช้จ่ายสูง
- จำนวนการเคลมเพิ่มสูงขึ้น
- ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นและใช้บริการรักษาพยาบาลบ่อยขึ้น
- โรคเรื้อรังและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
- การตรวจสุขภาพประจำปีที่ละเอียดขึ้นทำให้พบโรคได้เร็วและรักษาทันที
- บริษัทประกันปรับกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน
- ต้องการสร้างสมดุลระหว่างการให้ความคุ้มครองกับความสามารถในการจ่ายเคลม
- ปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
ประกันแบบคุ้มครองเต็มจำนวนจะหายากขึ้น
- กรมธรรม์ใหม่ที่ออกในอนาคตมีแนวโน้มให้ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมจ่าย
- อาจกำหนด Copayment 10 - 20% หรือ Deductible 10,000 - 50,000 บาท
- เบี้ยประกันสำหรับแบบคุ้มครองเต็มจำนวนจะสูงขึ้นมาก
ผู้มีกรมธรรม์เดิมไม่ได้รับผลกระทบ
- กรมธรรม์ที่ทำไว้แล้วยังคงเงื่อนไขเดิม
- การเปลี่ยนแปลงจะส่งผลกับกรมธรรม์ใหม่ที่ออกในอนาคตเท่านั้น
- นี่คือเหตุผลว่าทำไมการล็อกสิทธิตอนนี้จึงสำคัญ
ทำไมต้องทำประกันสุขภาพตอนนี้
ช่วงต้นปี 2569 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการทำประกันสุขภาพ เพราะยังมีกรมธรรม์ที่คุ้มครองตั้งแต่บาทแรกให้เลือกอยู่ ก่อนที่ตลาดจะปรับเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ
เหตุผลที่ต้นปีเป็นช่วงเวลาที่ดี
- ช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบ
- ต้นปีเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่วางแผนการเงินและสุขภาพ
- สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตลอดทั้งปี 2569
- มีงบประมาณชัดเจนจากการวางแผนประจำปี
- ล็อกสิทธิก่อนตลาดเปลี่ยน
- กรมธรรม์ที่ทำวันนี้ยังคงเงื่อนไขคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก
- ไม่ต้องกังวลเรื่อง Copayment หรือ Deductible
- ป้องกันความเสี่ยงจากการปรับเงื่อนไขในอนาคต
- อายุน้อยเบี้ยถูก สุขภาพดีอนุมัติง่าย
- ยิ่งอายุน้อย เบี้ยประกันยิ่งต่ำ
- ผู้ที่มีสุขภาพดีผ่านการพิจารณาได้ง่ายและไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยเพิ่ม
- หากรอจนมีอายุมากขึ้นหรือมีประวัติการรักษา อาจถูกปฏิเสธหรือจ่ายค่าเบี้ยเพิ่ม
- เตรียมพร้อมรับมือค่ารักษาที่เพิ่มขึ้น
- ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นทุกปี
- การมีประกันที่คุ้มครองเพียงพอช่วยปกป้องเงินออมและการเงินส่วนบุคคล
- ลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ไม่คาดคิด
จุดเด่นของ D Health Plus ประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมและยังคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก D Health Plus จากธนาคารกสิกรไทย เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้
ความคุ้มครองที่โดดเด่น
คุ้มครองตั้งแต่บาทแรก
- คุ้มครองค่ารักษาแบบเหมาจ่ายตามจริง ไม่ต้องแบ่งจ่ายเองตามเปอร์เซ็นต์
- ไม่ต้องจ่ายส่วนแรกก่อนที่ประกันจะเข้าคุ้มครอง
- ความคุ้มครองที่แท้จริงตามวงเงินความคุ้มครองโดยไม่มีภาระค่ารักษาเพิ่มเติม
วงเงินคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาทต่อครั้ง
- เพียงพอสำหรับการรักษาโรคร้ายแรง
- รองรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นของเทคโนโลยีทางการแพทย์ยุคใหม่
- ให้ความอุ่นใจตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับการรักษา
คุ้มครองค่ารักษากรณีผู้ป่วยใน เหมาจ่ายตามจริง ห้องเดี่ยวมาตรฐาน
- ได้รับความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวในการรักษาตัว
- ช่วยให้ฟื้นตัวได้อย่างมีคุณภาพในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ยืดหยุ่น มีแผนความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible) ให้เลือก
- สำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกัน
- สามารถเลือกแผนที่มี Deductible ได้ตามงบประมาณ
- ปรับแผนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของแต่ละคน
สิทธิประโยชน์ทางภาษี นำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้
- สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท
- ช่วยลดภาระภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการเงิน
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องจ่ายส่วนตัวเพิ่ม
- ครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุที่ต้องการความมั่นใจในการรักษา
- ผู้ที่ต้องการล็อกสิทธิก่อนตลาดประกันเปลี่ยนแปลง
- ผู้วางแผนการเงินอย่างเป็นระบบและต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
ทำวันนี้ มั่นใจไปอีกนาน
ตลาดประกันสุขภาพกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ การเข้าใจความหมายและความแตกต่างของ Copayment และ Deductible จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการเลือกประกันสุขภาพที่เหมาะสม
สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการร่วมจ่ายค่ารักษา ช่วงต้นปี 2569 นี้ถือเป็นโอกาสทองที่จะล็อกสิทธิประโยชน์ไว้ก่อนที่ตลาดจะเปลี่ยนแปลง โดยแนะนำ D Health Plus ที่ยังคงความคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก พร้อมทั้งมีความยืดหยุ่นให้เลือกแผนที่เหมาะสมกับงบประมาณ
การทำประกันสุขภาพไม่ใช่แค่การซื้อความคุ้มครอง แต่เป็นการวางแผนการเงินที่ดีเพื่ออนาคตที่มั่นคง เป็นการปกป้องเงินออมและความมั่นคงทางการเงินของครอบครัว และเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความมั่นใจว่าคุณและคนที่คุณรักจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด อย่ารอจนสายเกินไป เพราะโอกาสที่ดีอาจไม่รอใคร
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.muangthai.co.th/th/health-insurance เมืองไทยประกันชีวิต