-
ราคาทองคำปรับฐานแรง (-4.30%) หลังแตะ All-Time High จากแรงขายทำกำไรและเกณฑ์วางเงินประกัน (Margin) ที่สูงขึ้นของ CME ท่ามกลางสภาพคล่องปลายปีที่เบาบาง แต่ภาพรวมทั้งปี 2025 ยังเติบโตโดดเด่นกว่า 70% จากแรงหนุนด้านภูมิรัฐศาสตร์และธนาคารกลางทั่วโลก
-
K WEALTH มีมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ในระยะสั้น แม้ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ทางเทคนิคราคาเสีย Momentum หลังการย่อตัวแรง คาดว่าจะเข้าสู่ช่วงผันผวนเพื่อสะสมกำลังใหม่ในกรอบแนวรับ $4,300 และแนวต้าน $4,400
Market Update
เมื่อคืนวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลงแรง -4.30% หลังจากพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ที่ระดับ $4,550/oz เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการปรับฐานครั้งนี้เกิดจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน รวมถึงการที่ CME Group ประกาศปรับขึ้น Margin Requirement สำหรับการซื้อขายทองคำล่วงหน้า ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงขายในฝั่งนักเก็งกำไรเพื่อลดภาระวางหลักประกัน นอกจากนี้ ปริมาณการซื้อขายในช่วงปลายปีที่เบาบางยังส่งผลให้ความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น
ในภาพรวมตลอดปี 2025 ราคาทองคำยังถือว่ามีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยปรับตัวขึ้นมากกว่า 70% ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากแรงซื้อสะสมจากธนาคารกลางทั่วโลกที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์ การไหลเข้าของเงินทุนผ่านกองทุน ETF ทองคำ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงในหลายพื้นที่ เช่น ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา และการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ที่ลดลงต่อเนื่องตลอดช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงสถานะของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกต้องการถือครองในภาวะที่เศรษฐกิจและการเงินโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง
ดัชนีที่เกี่ยวข้อง
(ข้อมูลวันที่ 28 ธ.ค. 2568)
Market Outlook
- K WEALTH มีมุมมอง ‘Neutral’ ต่อราคาทองคำ เนื่องจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้โอกาสในการปรับขึ้นเพิ่มเติมเริ่มจำกัดในระยะสั้น
- ปัจจัยพื้นฐานของทองคำยังคงแข็งแกร่ง ทั้งแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกที่ต้องการกระจายทุนสำรองและลดการพึ่งพาดอลลาร์ การไหลเข้าของเงินลงทุนระยะยาวผ่าน ETF นอกจากนี้ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงในปี 2026 ยังคงเป็นแรงสนับสนุนต่อราคาทองคำ
- ด้านปัจจัยทางเทคนิค การย่อตัวอย่างแรงส่งผลให้ราคาเสีย Momentum อย่างมาก คาดว่าราคายังคงผันผวน และจะต้องใช้เวลาเพื่อสะสมกำลังใหม่ โดยมีแนวรับอยู่ที่ประมาณ $4,300 โดยมีแนวต้านที่ $4,400
คำแนะนำการลงทุน
- สำหรับนักลงทุนทั่วไป และผู้ที่ไม่มีสถานะการลงทุนในทองคำ
- แนะนำลงทุนในกองทุนแนะนำอื่น หรือ สะสมในช่วงที่ราคาทองคำปรับฐาน
- สำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนทองคำ
- หากมีสัดส่วนมากกว่า 20% แนะนำทยอยลดสัดส่วนให้น้อยกว่า 20% เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ตกระจุกตัวเกินไป และนำเงินที่ขายเพื่อลดสัดส่วนไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่น
- หากมีสัดส่วนน้อยกว่า 20% แนะนำถือต่อ หรือนำเงินลงทุนที่ตั้งใจมาสะสมทองคำเพิ่ม ไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจกว่า
- สำหรับกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจที่ K WEALTH แนะนำเข้าลงทุนได้ มีดังนี้
ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยลงทุนในกองทุนต่อไปนี้ได้
- ประเทศเศรษฐกิจขยายตัวสูงอย่างอินเดียผ่านกองทุน K-INDIA ซึ่งกำลังรับอานิสงส์จากทั้งนโยบายการเงินผ่อนคลายด้วยการลดดอกเบี้ยและการกระตุ้นทางการคลังด้วยการลดภาษีบริโภค
- กลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare ผ่านกองทุน KT-HEALTHCARE หรือ K-GHEALTH ที่ยังคงมี Valuation อยู่ในระดับต่ำ พร้อมทั้งแนวโน้มการเติบโตจาก Longevity trend
- กองทุนหุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH เน้นลงทุนเทคโนโลยีในเอเซียที่ครอบคลุมกลุ่ม AI พร้องทั้ง Valuation และศักยภาพการเติบโตไม่ได้ด้อยกว่า ฝั่งสหรัฐฯ
- กองทุนหุ้นโลกที่เน้นคัดเลือกหุ้นคุณภาพผ่านกองทุน K-GSELECT ที่มีการกระจายการลงทุนหลายภูมิภาค ลดความเสี่ยงของการกระจุกตัว
ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงต่ำ แนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนผสมที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ได้แก่
- K-WealthPLUS Series ซึ่งเป็นกองทุนผสมอย่าง K-WPBALANCED K-WPSPEEDUP
- K-FIXEDPLUS-A ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว
ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำลงทุนในกองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น K-SFPLUS-A
สุดท้ายสำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นอื่น ๆ นอกเหนือจากทองคำ สัดส่วนเกิน 20% หรือมีกำไรมากกว่า 10% แนะนำ ทยอยขายทำกำไรบางส่วน (Take Profit) เพื่อล็อกผลตอบแทนและปรับพอร์ตให้สมดุล
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-SFPLUS, K-FIXEDPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-INDIA-A(D), K-GHEALTH, K-GINFRA, K-GSELECT, K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D): ความเสี่ยงกองทุนระดับ 8
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยง100%ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-FIXEDPLUS-A: ป้องกันความเสี่ยง มากกว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-INDIA-A(D), K-GHEALTH, K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยง ไม่น้อยกว่ากว่า 75%ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D): ป้องกันความเสี่ยง ไม่น้อยกว่ากว่า 90%ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-GSELECT, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-SFPLUS: T+1
- K-GOLD-A(A), K-GOLD-A(D), K-FIXEDPLUS-A: T+2
- K-GSELECT: T+3
- K-INDIA-A(D), K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH: T+4
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6