-
ดัชนี VNI ดิ่งแรงกว่า 3% เซ่นพิษ Vingroup ประกาศถอนตัวจากโครงการรถไฟความเร็วสูงมูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อจัดสรรเงินทุนใหม่ ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหนักในกลุ่มธุรกิจในเครือ
-
K WEALTH มีมุมมองเป็นกลางต่อหุ้นเวียดนาม หลังตลาดหุ้นรับข่าวบวกไปมากแล้วและกำลังผันผวนจากปัจจัยลบระยะสั้น อย่างไรก็ตาม พื้นฐานระยะยาวยังคงแข็งแกร่งและมีศักยภาพเติบโตโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค
Market Update
ในวันนี้ (26 ธ.ค. 2568) ตลาดหุ้นเวียดนามปรับตัวลงแรงกว่า 3% จากหุ้นของ Vingroup ปรับตัวลงกว่า 7% ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ หลังบริษัทประกาศถอนข้อเสนอลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ-ใต้ มูลค่าโครงการราว 60,000 ล้านดอลลาร์
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าการถอนตัวเกิดขึ้นหลังบริษัททบทวนความสามารถในการใช้เงินทุน เนื่องจากได้รับมอบหมายให้ทำโครงการขนาดใหญ่อื่น ทำให้ต้องจัดสรรเงินทุนใหม่ มากกว่านั้นแรงขายกระทบต่อเนื่องไปยังบริษัทในเครือด้วย
ดัชนีที่เกี่ยวข้อง
(ข้อมูลวันที่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 13:00)
Market Outlook
- นักวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้นของกลุ่ม Vingroup ที่ปรับขึ้นแรงตั้งแต่ต้นปีส่วนหนึ่งมาจากความคาดหวังว่าบริษัทจะได้มีบทบาทในโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ การถอนตัวครั้งนี้จึงทำให้เกิดแรงเทขายทำกำไรและการปิดสถานะเชิงเก็งกำไรอย่างรวดเร็ว
-
K WEALTH มีมุมมอง Neutral ต่อตลาดหุ้นเวียดนาม เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นเวียดนามปรับตัวขึ้นรับปัจจัยบวกไปมากแล้ว อีกทั้งการเคลื่อนไหวของดัชนีในระยะที่ผ่านมาซึ่งมีความผันผวนสูง สะท้อน Sentiment ระยะสั้นที่อ่อนแอลง จึงพร้อมรับผลกระทบเชิงลบจากปัจจัยกดดันได้ง่าย
- นอกจากนี้คาดว่าในระยะสั้นต่อจากนี้ตลาดหุ้นเวียดนามอาจผันผวนจากแรงขายลดความเสี่ยง แต่ในระยะยาวยังเป็นประเทศมีศักยภาพเติบโตเด่นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค
คำแนะนำการลงทุน
- สำหรับนักลงทุนทั่วไป และผู้ที่ไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นเวียดนาม
- สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีสถานะการลงทุนในกองทุนหุ้นเวียดนาม แนะนำลงทุนในกองทุนแนะนำอื่น
- สำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นเวียดนาม
- หากมีสัดส่วนมากกว่า 20% แนะนำทยอยลดสัดส่วนให้น้อยกว่า 20% เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ตกระจุกตัวเกินไป และนำเงินที่ขายเพื่อลดสัดส่วนไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่น
- หากมีสัดส่วนน้อยกว่า 20% แนะนำถือต่อ หรือนำเงินลงทุนที่ตั้งใจมาซื้อหุ้นเวียดนามเพิ่ม ไปลงทุนในกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจกว่า
- สำหรับกองทุนแนะนำอื่นที่น่าสนใจที่ K WEALTH แนะนำเข้าลงทุนได้ มีดังนี้
ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยลงทุนในกองทุนต่อไปนี้ได้
- ประเทศเศรษฐกิจขยายตัวสูงอย่างอินเดียและจีน ผ่านกองทุน K-INDIA และ K-CHINA
- กลุ่ม Defensive ไม่ว่าจะเป็น Global Healthcare อย่าง K-GHEALTH หรือกลุ่ม Global Infrastructure ผ่านกองทุน K-GINFRA
- กองทุนหุ้นเทคโนโลยีเอเชียผ่านกองทุน K-ATECH ซึ่งมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจกว่าฝั่งสหรัฐฯ
- กองทุนหุ้นโลกที่เน้นคัดเลือกหุ้นคุณภาพผ่านกองทุน K-GSELECT
ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงต่ำ แนะนำทยอยเข้าลงทุนในกองทุนผสมที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ได้แก่
- K-WealthPLUS Series ซึ่งเป็นกองทุนผสมอย่าง K-WPBALANCED K-WPSPEEDUP
- K-FIXEDPLUS-A ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว
ผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำลงทุนในกองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น K-SFPLUS-A
สุดท้ายสำหรับนักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นอื่น ๆ นอกเหนือจากเวียดนาม สัดส่วนเกิน 20% หรือมีกำไรมากกว่า 10% แนะนำ ทยอยขายทำกำไรบางส่วน (Take Profit) เพื่อล็อกผลตอบแทนและปรับพอร์ตให้สมดุล
หมายเหตุ:
- ระดับความเสี่ยงกองทุน
- K-SFPLUS, K-FIXEDPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4
- K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5
- K-VIETNAM, K-GSELECT, K-INDIA-A(A), K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH: ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- K-SFPLUS: ป้องกันความเสี่ยง 100% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-FIXEDPLUS-A: ป้องกันความเสี่ยงมากกว่า 90% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-INDIA-A(A), K-GHEALTH, K-GINFRA: ป้องกันความเสี่ยงไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนต่างประเทศ
- K-VIETNAM, K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-GSELECT, K-ATECH: ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์))
- K-SFPLUS: T+1
- K-FIXEDPLUS-A: T+2
- K-GSELECT: T+3
- K-INDIA-A(A), K-GHEALTH, K-GINFRA, K-ATECH: T+4
- K-VIETNAM; T+5
- K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP: T+6