2026: ดูสัญญาณให้เป็น ลงทุนเมื่อเห็นโอกาส

ปี 2026 ไม่ใช่ปีของการเดาทิศตลาด แต่เป็นปีของการจัดพอร์ตตามโครงสร้างเศรษฐกิจชุดใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นแบบเงียบๆ แต่อาจจะทรงพลังที่สุดในรอบหลายปี

กดฟัง
หยุด

โลกการลงทุนกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่ และยังไม่ใช่จุดจบของการเติบโต แต่คือ “ช่วงปลายวัฏจักรที่ยังหมุนต่อได้” ตราบใดที่ สภาพคล่องยังคงประคองการเติบโตของเศรษฐกิจโลก


คำถามจึงไม่ใช่


“ตลาดยังไปต่อได้ไหม”


แต่คือ


“เราวางพอร์ตให้เหมาะกับเกมในช่วงเปลี่ยนผ่านแล้วหรือยัง”



เพื่อหาคำตอบ ลองมองไปที่ 4. แนวคิดหลักในการลงทุนด้งนี้

  1. ปลายวัฏจักร…แต่ยังไม่จบ: สภาพคล่องยังเป็นแรงพยุงสำคัญ

    แม้ตลาดหุ้นโลกจะอยู่ในระดับมูลค่าที่ค่อนข้างสูง แต่ภาพรวมยังไม่สะท้อนภาวะฟองสบู่เต็มรูปแบบ


    เหตุผลสำคัญคือ สภาพคล่องในระบบการเงินโลกยังคงหล่อเลี้ยงการเติบโต หุ้นโลกยังมี Upside หากเลือกประเทศและธีมให้ถูกจุด ในขณะที่ตลาดตราสารหนี้ยังให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ แต่ต้องยอมรับว่า “ไม่หวือหวาหรือผลตอบแทนสูงเหมือนช่วงก่อนหน้า”


    นี่คือช่วงที่ การคัดเลือก (Selectivity) สำคัญกว่าการลงทุนแบบเหวี่ยงทั้งตลาด


    พอร์ตที่ดีไม่ใช่พอร์ตที่เสี่ยงสุด แต่คือพอร์ตที่ “จัดสมดุล” ระหว่างโอกาสและความเสถียรได้อย่างเหมาะสม


  2. จากความกระจุกตัว สู่การกระจายตัว: โอกาสกำลังย้ายออกจากตลาดที่โดดเด่นในช่วงก่อนหน้า

    ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดโลกถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว แต่สัญญาณล่าสุดบ่งชี้ชัดว่า โอกาสเริ่มกระจายตัวออกไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น เช่น หุ้นนอกสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ตลาดเกิดใหม่และเทคโนโลยีในเอเชีย เริ่มโดดเด่น


    ช่องว่างกำไร (EPS Gap) แคบลง


    วัฎจักร Semiconductor และ AI กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ


    ประเทศอย่าง อินเดีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแรง ขณะเดียวกัน จีนเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน แม้ยังไม่หวือหวา แต่เป็นช่วงที่ “โมเมนตัมกำลังพัฒนาในเชิงบวกอย่างค่อยเป็นค่อยไป”


    นี่คือโลกที่ การกระจุกตัวอาจไม่ใช่คำตอบและการเปิดรับตลาดที่กำลัง “ไล่ตาม” อาจสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ


  3. คลื่นลูกที่สองของ AI: ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือระบบโครงสร้างพื้นฐานของโลกใหม่

    หาก AI ระลอกแรกคือเรื่องของ “ผู้ชนะไม่กี่ราย” AI ระลอกที่สองคือเรื่องของ ทั้งระบบเศรษฐกิจ


    แม้หุ้น AI และเทคโนโลยียังได้รับแรงสนับสนุน แต่ระดับราคาที่สูงขึ้นทำให้ผลตอบแทนจะ ไม่เท่ากันทุกบริษัทตลาดเริ่มให้รางวัลกับบริษัทที่มีผลกำไรที่เกิดขึ้นจริงและความสามารถในการแข่งขันระยะยาว


    ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการขยายตัวของ AI กำลังดึงให้ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และ Cybersecurity กลายเป็นธีมหลักของโลกยุคใหม่ Data Center ต้องการไฟฟ้าและระบบพลังงานจำนวนมหาศาล โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภคจึงมีบทบาทเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้ Cybersecurity กลายเป็น “ต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”นี่ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่คือการลงทุนเพื่อรองรับเศรษฐกิจในอีกหลายสิบปีข้างหน้า


  4. ความผันผวนยังอยู่: ตราสารหนี้คุณภาพคือหลักยึดของพอร์ต

    แม้ตลาดคาดหวังการลดดอกเบี้ย แต่ความเป็นจริงคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อาจยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบและได้รับรู้การหั่นดอกเบี้ยลงไปพอสมควรแล้ว อีกทั้งยังมีความกังวลด้านงบประมาณและภาระหนี้ภาครัฐที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ตราสารหนี้คุณภาพดี (Investment Grade) และตราสารที่มีหน่วยงานรัฐค้ำประกัน เช่น Agency MBS ยังคงทำหน้าที่เป็น แหล่งรายได้และตัวลดความผันผวนของพอร์ต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่ไม่ใช่ช่วงของการไล่ล่าแสวง Yield ที่สูงสุด แต่คือช่วงของการ เลือกคุณภาพเครดิตให้เหมาะกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้


บทสรุป: เกมปลายวัฏจักร วัดกันที่ “การจัดพอร์ต”


ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ยุคของการลงทุนตามกระแส แต่คือยุคของการอ่านเกมให้ออก และจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับโลกที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้าง ผู้ที่ได้เปรียบคือคนที่ เข้าใจว่าการเติบโตยังมีอยู่ แต่ไม่กระจายเท่ากัน เปิดรับโอกาสการลงทุนนอกตลาดเดิมที่คุ้นเคย มอง AI ในมิติของระบบเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่หุ้นเทค และใช้ตราสารหนี้คุณภาพเป็นแกนหลักในการสร้างกระแสเงินสดและให้พอร์ตมีเสถียรภาพ


เพราะในช่วงปลายวัฏจักรผลตอบแทนไม่ได้มาจากความเสี่ยงที่มากที่สุด แต่มาจากการเลือกตำแหน่งยืนที่ “ถูกจังหวะ” มากที่สุด


คำเตือน


ผู้เขียน

K WEALTHนที ดำรงค์กิจการ

Back to top