อัปเดตการลงทุนหุ้นเวียดนาม มี.ค. 69

กดฟัง
หยุด

K WEALTH มองว่าหุ้นเวียดนามยังได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและ

ข่าวดีเรื่องการเข้าดัชนีตลาดเกิดใหม่(Emerging Market)

แต่ราคาหุ้นเริ่มแพงและมีโอกาสปรับขึ้นได้จำกัดในระยะสั้น

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ K WEALTH: ยังคงมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ต่อการลงทุนหุ้นเวียดนาม ในเดือน มี.ค. 69



อัปเดตผลกระทบจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง

แม้เวียดนามจะมีศักยภาพการเติบโตสูง แต่ในฐานะตลาด Frontier/Emerging มักจะถูกเทขายลดความเสี่ยง (Risk-off) เมื่อเกิดความไม่มั่นคงระดับโลก ความผันผวนในระยะสั้นจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้ปัจจัยพื้นฐานในประเทศจะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ



ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อตลาดหุ้นเวียดนาม

  • ช่วงต้นเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเวียดนามมีการปรับตัวลงแรง เนื่องจากความกังวลในเรื่องของสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และมีการปะทะกันระหว่างฝ่ายสหรัฐฯและอิสราเอลกับฝ่ายอิหร่านในวันเสาร์ที่ผ่านมา ตลอดจนสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยยังต้องติดตามสถานการณ์ว่าจะมีความยืดเยื้อหรือไม่
  • ระยะสั้นคาดว่า ตลาดหุ้นจะถูกกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่กระทบต่อต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน

เหตุผลที่ K WEALTH คงมุมมองเป็นกลาง

  • เศรษฐกิจเวียดนามแกร่งรอบด้าน รับข่าวดีระดับสากล: หุ้นเวียดนามยังคงได้รับอานิสงส์จากพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งการส่งออกและการบริโภคในประเทศที่เติบโตดี นอกจากนี้ยังมีข่าวบวกจากการเตรียมปรับเข้าสู่ดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) และภาษีการค้าที่ลดลง ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและความมั่นใจจากนักลงทุนต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง
  • ราคาหุ้นพุ่งสูงสุดในรอบหลายปี: แม้ปัจจัยพื้นฐานจะดี แต่ราคาหุ้น (Valuation) ปัจจุบันขยับขึ้นมาสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี และถือว่าแพงที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2021 ซึ่งสะท้อนว่าตลาดได้ตอบรับข่าวดีต่างๆ ไปมากแล้ว ทำให้ความคุ้มค่าในการเข้าลงทุนเริ่มลดน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
  • ขาดปัจจัยหนุนใหม่ ทำให้อาจไปต่อได้ยาก: ในขณะที่ราคาหุ้นเริ่มตึงตัว ตลาดหุ้นเวียดนามยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ ที่ชัดเจนพอจะช่วยผลักดันราคาให้พุ่งขึ้นไปต่อได้แรงๆ จึงคาดว่าโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวขึ้น (Upside) ในช่วงหลังจากนี้จะมีค่อนข้างน้อยและอยู่ในกรอบที่จำกัด

(ข้อมูล ณ 1 มี.ค. 69)


คำแนะนำ

  • สำหรับคนที่มีกำไรจากกองทุนหุ้นเวียดนาม หรือถือกองทุนหุ้นเวียดนามไว้เกิน 20% ของเงินลงทุน พิจารณาขายบางส่วนไปลงทุนกองทุนหุ้นอื่น เช่น K-CHANGE, K-GINFRA หรือกองทุนผสม K-WPULTIMATE, K-WPSPEEDUP ที่มีการกระจายลงทุน เหมาะกับการถือระยะยาวเพื่อรอการเติบโตตามวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่ต้องเตรียมรับความผันผวนของ NAV ในช่วงสัปดาห์ที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
  • สำหรับคนที่ขาดทุนจากกองทุนหุ้นเวียดนาม ยังสามารถถือต่อได้ หรือคงน้ำหนักการลงทุนหากยังถือกองทุนหุ้นเวียดนามไม่เกิน 20% ของเงินลงทุน
  • สำหรับคนที่ยังไม่มีกองทุนหุ้นเวียดนาม ควรรอประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าลงทุน

Disclaimer: “ข้อมูลนี้เป็นความเห็นเบื้องต้นจาก K WEALTH บมจ. ธนาคารกสิกรไทย โดยมีนักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนเป็นสมาชิก ผู้ลงทุนต้องตัดสินใจลงทุนและรับผิดชอบด้วยตนเอง”


คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน / สนใจลงทุนและขอรับหนังสือชี้ชวนที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา

คำเตือน


Back to top