/th/promotion/pages/debenture-sb-66.aspx
พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นสุขใจให้ออม ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

วันนี้ - 20 ธ.ค. 2565

พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นสุขใจให้ออม ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ช่วงที่ 1 เสนอขาย ประชาชนทั่วไป 13 - 14 ธันวาคม 2565 และช่วงที่ 2 เสนอขายนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร 19 - 20 ธันวาคม 2565

จุดเด่น

  • เป็นการลงทุนที่มั่นคง ไม่มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินต้นคืน
  • ผู้ลงทุนได้รับดอกเบี้ยในอัตราคงที่ ตามระยะเวลาที่กำหนดที่แน่นอน
  • อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
    ส่วนใหญ่ในขณะช่วงที่เสนอขาย

คำเตือนและความเสี่ยงที่สำคัญ

  • การขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน
    ในตลาดรองอาจจะได้รับมูลค่าพันธบัตรที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและ

    ในขณะนั้น

ช่องทางการจองซื้อ

เปิดจองซื้อผ่านเว็บไซด์ K-My Invest เปิดจองซื้อผ่านเว็บไซด์ K-My Invest

หมายเหตุ

การจองซื้อผ่านเว็บไซด์ K-My Invest
(สำหรับบุคคลธรรมดาเท่านั้น) สามารถจองซื้อ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 13 ธันวาคม
พ.ศ. 2565
ถึง เวลา 15.00 ของวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565 หรือจนกว่าจะหมด และ / หรือ
ตามดุลยพินิจของธนาคารฯ

การจองซื้อผ่านเว็บไซด์ K-My Invest สามารถเลือกชำระได้ 2 วิธี ได้แก่

  1. จ่ายด้วย K PLUS (ต้องชำระภายใน 10 นาที
    ไม่เช่นนั้นรายการจองจะยกเลิกโดยอัตโนมัติ) สามารถชำระได้ 30 ล้านบาทต่อวัน
    (ไม่กินวงเงิน Bill Pay ปกติ)
  2. จ่ายด้วย mobile banking ธนาคารอื่น 11 ธนาคาร ได้แก่
    ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)

    ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
    ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
    และธนาคารออมสิน
    วงเงินการชำระเงินขึ้นอยู่กับ
    ข้อกำหนดของธนาคารนั้นๆ (รวมถึงสามารถจ่ายด้วย K PLUS ได้ ซึ่งหากเลือกว่าชำระเงินผ่านช่องทางอื่น
    ที่ไม่ใช่ K PLUS แต่สุดท้าย
    มาใช้ K PLUS จ่ายจะมีวงเงินการทำรายการได้สูงสุดตามวงเงิน
    Bill Payment ของลูกค้า) ค่าธรรมเนียมการโอน / ชำระเงิน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร

เงื่อนไขการจองซื้อ

จะต้องเป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยที่มี
สัญชาติไทย และได้ลงทะเบียนฺพิสูจน์ตัวตนที่ระดับ IAL 2.3 แล้ว เช่น การลงทะเบียน NDID,

การเปิดบัญชี K-eSaving, การสมัคร Line BK,
และการทำแบบประเมิน CRR


สาขาธนาคารกสิกรไทย สาขาธนาคารกสิกรไทย

การจองซื้อผ่านสาขาธนาคารกสิกรไทย

  • ประชาชนทั่วไป ภายในเวลาทำการของวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ตั้งแต่เวลา 8.30 น.
    ถึงเวลา 15.00 น.และ
    วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึงเวลา 15.00 น.
  • นิติบุคคลไม่แสวงหากำไร ภายในเวลาทำการของวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึงเวลา 15.00 น. และ
    วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2565 ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึงเวลา 15.00 น. หรือจนกว่าของจะหมด

สอบถามเพิ่มเติมที่

K-contact Center: tel02-888-8888
กด 819

คำเตือน

ทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

คำถามที่พบบ่อย

ใครซื้อพันธบัตรรอบนี้ได้บ้าง
  • ประชาชนทั่วไป หมายถึงบุคคลธรรมดา
    ที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย โดยหากเป็นผู้เยาว์อายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์

    จะต้องมีผู้ปกครองให้ความยินยอม
  • นิติบุคคลไม่แสวงหากำไร หมายถึง สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ
    นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
    และนิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร
ผู้เยาว์ ซื้อพันธบัตรที่เสนอขายครั้งนี้ได้หรือไม่

ได้ สามารถซื้อพันธบัตรได้โดยใช้ชื่อผู้เยาว์
(คนเดียวเท่านั้น) และในการเปิดบัญชีฝาก
หลักทรัพย์ ต้องมีผู้ปกครองหรือผู้แทน
โดยชอบธรรม
ให้ความยินยอม ทั้งนี้ บัญชีเงินฝากเพื่อรับดอกเบี้ยและรับคืนเงินต้นต้องเป็นชื่อผู้เยาว์เท่านั้น โดยพ่อหรือแม่มาทำรายการและเซ็นเอกสาร
แทนลูกได้เลย (ลูกไม่ต้องมาสาขา) หลักฐานที่ต้องใช้คือ สำเนาสูติบัตร / บัตรประชาชนลูก สำเนาบัตรประชาชนพ่อ / แม่ สำเนาทะเบียนบ้าน (ถ้าไม่ใช่พ่อแม่ เช่น ปู่ย่าตายาย ต้องมีหลักฐานจากศาลว่าเป็น
ผู้ปกครองโดยชอบธรรม)

ชาวต่างชาติซื้อพันธบัตรที่เสนอขายครั้งนี้ได้หรือไม่

ได้ แต่ต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
โดยเอกสารที่ใช้ประกอบการซื้อ คือ

  1. สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย หรือสำเนาบัตรประจำตัวคนต่างด้าว
  2. สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
    กสิกรไทย กรณีจองซื้อกับธนาคารกสิกรไทย (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ
    และ
    บัญชีเงินฝากประจำ) ต้องเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของกรรมสิทธิ์
จองซื้อพันธบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ K-My Invest มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ชำระเงินอย่างไร
  • จะต้องเป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย
    ที่มีสัญชาติไทย และที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • ได้ลงทะเบียนพิสูจน์ตัวตนที่ระดับ IAL 2.3 แล้ว เช่น การลงทะเบียน NDID, การเปิดบัญชี
    K-eSaving, การสมัคร Line BK,

    และการทำแบบประเมิน CRR
  • กรณีเลือกจ่ายชำระผ่าน K PLUS ทำรายการได้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อวัน (รวมธุรกรรมจองซื้ออื่นๆ ที่ผ่าน K-My Invest (ถ้ามี) แต่ไม่นับรวมวงเงิน Bill Payment) และต้องชำระเงินผ่าน
    K PLUS ภายใน 10 นาที หลังยืนยันรายการ
    จองซื้อ มิเช่นนั้นรายการจะยกเลิกอัตโนมัติ
  • กรณีเลือกจ่ายชำระผ่าน จ่ายด้วย mobile banking ธนาคารอื่น
    11 ธนาคาร ได้แก่
    ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)

    ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
    ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
    และธนาคารออมสิน
    วงเงินการชำระเงินขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของธนาคารนั้นๆ
    (รวมถึงสามารถชำระด้วย K PLUS ได้ ซึ่งหากเลือกว่าชำระเงินผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ K PLUS แต่สุดท้ายมาใช้ K PLUS จ่ายจะมีวงเงินการทำรายการได้สูงสุดตามวงเงิน
    Bill Payment ของลูกค้า) และต้องชำระภายใน
    10 นาที ไม่เช่นนั้นรายการจองจะยกเลิกโดยอัตโนมัติ หากทำ QR / Barcode การชำระเงินหาย จะไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ ต้องรอให้บิลหมดอายุ ค่าธรรมเนียมการโอน / ชำระเงิน
    ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร (อาจมีหรือไม่มี)
  • รับดอกเบี้ยเข้าบัญชี KBank ที่ผูกกับ K PLUS เท่านั้น
ไม่ได้เป็นลูกค้าของ KBank ถ้าจองซื้อพันธบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ K-My Invest ต้องทำอย่างไร

ในกรณีที่ยังไม่ใช่ลูกค้า KBank สามารถเป็นลูกค้า KBank ได้โดยการเปิดบัญชี e-saving ที่ https://kbank.co/2AdhTHz และไปยืนยันตัวตน
ที่ตู้ ATM หรือ ตัวแทนธนาคาร โดยไม่ต้องไปสาขา (เช่น ถ้าเปิดบัญชีช่วง 20:00 ของวันที่ 1 ถึง 6:00 ของวันที่ 2 จะใช้ได้หลัง 6:00
ของวันที่ 2)

เมื่อจองซื้อพันธบัตรเรียบร้อยแล้วได้เลยหรือไม่ หรือต้องรอจัดสรรอีกหรือไม่
  • กลุ่มที่ 1 (บุคคล) ใช้วิธีการจัดสรรแบบ Small Lot First (ทยอยจัดสรรพันธบัตรทีละน้อย
    เป็นรอบ ๆ เวียนจนครบผู้ซื้อทุกราย) โดยจัดสรร
    ขั้นต่ำ 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท จนครบวงเงินจำหน่ายพันธบัตร ทั้งนี้ ผู้จองซื้อ
    จะต้องชำระค่าจองซื้อพันธบัตรทันที
    กรณีไม่ได้รับจัดสรรพันธบัตรเนื่องจากผิดเงื่อนไข หรือ
    ได้รับจัดสรรไม่ครบตามวงเงินที่จองซื้อ ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะคืนเงินค่าจองซื้อพันธบัตร
    ในส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรรให้ผู้จองซื้อโดยไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนอื่นใด ภายในวันที่ 16 ธันวาคม 2565 โดยลูกค้าจะได้รับแจ้งผลการจัดสรรทาง sms ภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2565 (ลำดับการจองซื้อก่อนหลังไม่มีผลต่อการจัดสรรพันธบัตร และดอกเบี้ยจะเริ่มนับให้จาก
    วันที่ประกาศผลจัดสรร) และลูกค้าสามารถเข้าไปตรวจสอบผลการจัดสรรได้เองในเว็บไซต์
    K My Invest โดยเข้าไปที่ https://www.kasikornbank.com/th/KMyInvest/Pages/LandingRDSX.aspx
  • กลุ่มที่ 2 (นิติบุคคล) ใช้วิธีการจัดสรรพันธบัตรออมทรัพย์แบบ First-Come, First-Served
    (มาก่อนได้รับสิทธิ์ก่อน) หากวงเงินจำหน่ายหรือวงเงินซื้อต่อรายรวมทุกธนาคารคงเหลือน้อยกว่าวงเงินที่ซื้อ ผู้ซื้อจะไม่ได้รับการจัดสรรและธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะคืนเงินให้ผู้ซื้อ

    ทั้งจำนวนโดยไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือ
    ค่าตอบแทนอื่นใด)
หลักฐานการจองซื้อคืออะไร

สำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อครั้งแรก จะได้รับสมุดพันธบัตรหลังจากชำระเงินค่าจองซื้อ

  • กรณีจองซื้อผ่าน ระบบออนไลน์ K-My Invest : ติดต่อขอรับสมุดพันธบัตรได้ที่เคาน์เตอร์ KBank ทุกสาขาภายหลังจากชำระเงิน
    ใน K PLUS เรียบร้อยแล้ว
  • กรณีจองซื้อผ่านเคาน์เตอร์ KBank : จะได้รับสมุดพันธบัตรทันทีหลังจากชำระค่าจองซื้อ
  • กรณีลูกค้าที่เคยซื้อพันธบัตรกับ KBank แล้ว : สามารถนำสมุดพันธบัตรมาปรับปรุงข้อมูลรายการซื้อให้เป็นปัจจุบันได้หลังวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565
พันธบัตรที่เสนอขายครั้งนี้ จ่ายดอกเบี้ย
ทุกกี่เดือน และจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรกเมื่อไหร่
  • พันธบัตรรุ่นอายุ 3 ปี (SB25DB) และ 7 ปี (SB29DB) ที่จำหน่ายลูกค้าบุคคลธรรมดา
    อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน
    ในวันที่ 15 ของเดือน มีนาคม มิถุนายน กันยายน และ ธันวาคมของทุกปี
  • พันธบัตรรุ่นอายุ 10 ปี (SB32DA) ที่จำหน่ายลูกค้านิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน
    ในวันที่
    19 ของเดือน มิถุนายน และ ธันวาคมของทุกปี (หากวันจ่ายดอกเบี้ยเป็นวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย จะเลื่อนเป็นวันทำการ
    ถัดไป)
3 ปี (SB25DB)
ขายบุคคล
7 ปี (SB29DB)
ขายบุคคล
10 ปี (SB32DA)
ขายนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่
ร้อยละ 2.30 ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่
ร้อยละ 3.00 ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่
ร้อยละ 2.90 ต่อปี
คลิกและเลื่อนเพื่อดูข้อมูล
วันครบกำหนดที่จะได้รับเงินต้นคืนของหุ้นกู้ที่เสนอขายครั้งนี้ คือเมื่อใด
อายุพันธบัตร3 ปี (SB25DB)7 ปี (SB29DB)10 ปี (SB32DA)
วันครบกำหนด15 ธันวาคม พ.ศ. 256815 ธันวาคม พ.ศ. 257219 ธันวาคม พ.ศ. 2575
คลิกและเลื่อนเพื่อดูข้อมูล
สามารถขายพันธบัตรก่อนครบกำหนดได้หรือไม่

ได้ โดยมีรายละเอียดและวิธีการดำเนินการ ดังนี้

  • พันธบัตรรุ่นอายุ 3 ปี (SB25DB) และ รุ่น 7 ปี (SB29DB) สามารถขายในตลาดรองได้ตั้งแต่
    วันที่ 15 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป
  • พันธบัตรรุ่น 10 ปี (SB32DA) สามารถขายได้ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป
  • ต้องขายผ่านธนาคารเดิมที่ซื้อมาเท่านั้น (เช่น หากซื้อกับ BBL จะไม่สามารถมาขายที่ KBank ได้)
เมื่อครบกำหนดแล้วอยากถือต่อ สามารถขอต่ออายุได้หรือไม่

ไม่ได้ แต่ KBank สามารถแนะนำโอกาสการลงทุนอื่นให้ได้

ใครคือนายทะเบียนของพันธบัตรที่เสนอขายในครั้งนี้

นายทะเบียน ธนาคารแห่งประเทศไทย