/th/promotion/pages/debenture-mtc8-65.aspx

วันนี้ - 26 ต.ค. 2565

หุ้นกู้ของบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จํากัด (มหาชน) ครั้งที่ 8/2565 เสนอขายวันที่ 21, 25 - 26 ตุลาคม 2565 นี้

ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน
และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

จุดเด่น

  • บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) จัดเป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน
    (Non-bank Financial Institution) ดำเนินธุรกิจการให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถด้วยใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้
    การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยแก่ลูกค้ารายย่อย (Microfinance) เป็นหลัก ซึ่งยานพาหนะที่สามารถนำมาใช้เป็นประกันได้นั้น ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถกระบะ และรถเพื่อการเกษตร ที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังขยาย
    การให้บริการ
    สินเชื่อครอบคลุมไปยังสินเชื่อที่ใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรเป็นประกัน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการสินเชื่อของลูกค้าได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น บริษัทฯ
    ยังประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนขายประกันภัยประเภท พ.ร.บ. ประกันภัย (Compulsory Third Party Insurance) และประกันอุบัติเหตุ
    ให้แก่ลูกค้า และประชาชนทั่วไปอีกด้วย
  • ในปี 2562 เป็นต้นมา บริษัทฯ ถือหุ้นบริษัทย่อยโดยตรงจำนวน 2 บริษัท คือ บริษัท เมืองไทย อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ มีลักษณะการประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายประภันภัยประเภทประกันวินาศภัย และบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
  • บริษัทฯ มุ่งเน้นการเติบโตด้วยการขยาย
    ฐานลูกค้าผ่านการขยายสาขาเพื่อให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ในประเทศ โดยมีเป้าหมาย
    เพื่อช่วยพัฒนาการเข้าถึงทางการเงิน (Financial Inclusion) ให้แก่ประชาชนที่ขาดโอกาส
    ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน

    ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนทางเลือกได้ด้วยต้นทุนทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส ทั้งนี้บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าการกระจาย
    การเข้าถึงทางการเงินให้แก่ประชาชนเป็นการช่วยลด
    ความเหลื่อมล้ำทางการเงินในประเทศซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ
    อย่างยั่งยืน

ข้อมูลจาก https://investor.muangthaicap.com
ณ วันที่ 21 กันยายน 2565


  • บริษัทฯ เคยออกหุ้นกู้มาแล้วทั้งหมด 79 ชุด ตั้งแต่ปี 2558* และมีประวัติชำระหนี้ที่ดี
    มาโดยตลอด

* ข้อมูลจาก https://www.ibond.thaibma.or.th
ณ วันที่ 21 กันยายน 2565

วัตถุประสงค์ของการออกหุ้นกู้

เพื่อชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด และเพื่อเป็น
เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการของบริษัท

คำเตือนและความเสี่ยงที่สำคัญ

  • ความเสี่ยงด้านคุณภาพของลูกหนี้ ผู้ออกหุ้นกู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถ
    โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้อยู่ในระดับ
    ปานกลางถึงน้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการ
    สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ เช่น พนักงานโรงงาน รับจ้าง เกษตรกร เป็นต้น ซึ่งลูกค้า
    กลุ่มดังกล่าว
    เป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน และอาจส่งผลทำให้โอกาสในการผิดนัดชำระหนี้
    ค่อนข้างสูง ดังนั้น ผู้ออกหุ้นกู้อาจได้รับ
    ผลกระทบดังกล่าว โดยทำให้สินเชื่อที่
    ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของผู้ออกหุ้นกู้เพิ่มสูงขึ้น
    ซึ่งจะส่งผลต่อการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัย
    จะสูญ และผลการดำเนินงานของผู้ออกหุ้นกู้ได้
  • ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงเงินกู้ยืมจาก
    แหล่งภายนอก ผู้ออกหุ้นกู้ใช้แหล่งเงินทุนหลักในการปล่อยสินเชื่อจากการออกหุ้นกู้และ
    เงินกู้ยืม
    จากสถาบันการเงิน โดย ณ วันที่
    30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ผู้ออกหุ้นกู้มีวงเงินกู้ยืมจำนวน 90,181 ล้านบาท และมีภาระหนี้คงค้างจำนวน 82,620 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 75.48 ของแหล่งเงินทุนทั้งหมดของผู้ออกหุ้นกู้
    โดยแบ่งเป็น เงินกู้ยืมระยะสั้นจำนวน
    5,863 ล้านบาท
    คิดเป็นร้อยละ 7.10 ของ
    เงินกู้ยืมทั้งหมด เงินกู้ยืมระยะยาว และหุ้นกู้จำนวน 76,758 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 92.90 ของเงินกู้ยืมทั้งหมด โดยมีวงเงินระยะยาว
    จำนวนหนึ่งเป็นวงเงินของธนาคารพาณิชย์
    ดังนั้น หากผู้ออกหุ้นกู้ไม่สามารถออกและ
    เสนอขายหุ้นกู้ได้ตามแผน
    การใช้เงินที่วางไว้ และ / หรือ หากธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว
    ไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินกับผู้ออกหุ้นกู้
    อีกต่อไป ผู้ออกหุ้นกู้
    อาจประสบปัญหา
    ด้านสภาพคล่องที่จะนำมาใช้ในการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้า และจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของผู้ออกหุ้นกู้
    ในที่สุด
  • ทั้งนี้ ผู้ออกหุ้นกู้ยังมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานอื่น ๆ อาทิ ความเสี่ยงจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมสินเชื่อทะเบียนรถ

    ความเสี่ยงจากการไม่สามารถติดตามยึดหลักประกันได้ ความเสี่ยงจากการขายทรัพย์สินที่
    ยึดมาได้ ความเสี่ยงจากการทุจริตของพนักงาน ความเสี่ยงจากการเก็บรักษาข้อมูลและเอกสารสำคัญต่าง ๆ ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงจากโอกาส
    ในการ
    ก่อหนี้เพิ่มในอนาคต เป็นต้น
  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจได้รับดอกเบี้ย หรือเงินต้นไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย
  • หากลูกค้าต้องการขายก่อนครบกำหนด ให้ติดต่อธนาคารพาณิชย์ / บริษัทหลักทรัพย์เพื่อให้หา
    ผู้ซื้อให้ (ธนาคาร / บล.อาจมิได้รับซื้อไว้เอง)
    แต่ตลาดตราสารหนี้ในประเทศไทย
    มีสภาพคล่องต่ำ ซึ่งทำให้ขายไม่ได้ในทันที
    และ / หรือ อาจไม่ได้ราคาเท่ากับที่ซื้อมาหรือ
    ไม่ได้ราคา
    ที่ต้องการโดยขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและความต้องการของตลาดในขณะนั้น
    หรืออาจจะไม่สามารถหาผู้ซื้อได้เลยก็ได้
    กรณีขายได้กำไร กำไรที่ได้จะถูกหักภาษี
    ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 ตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากร
BBB+ BBB+

อันดับความน่าเชื่อถือของ
หุ้นกู้และบริษัท “BBB+”

แนวโน้มเครดิต “Stable” แนวโน้มเครดิต “Stable”

แนวโน้มเครดิต
“Stable”

ระดับความเสี่ยงตามเกณฑ์กลต. ระดับความเสี่ยงตามเกณฑ์กลต.

จากความเสี่ยง 8 ระดับ เทียบกับหุ้นกู้อื่นๆ
โดยทั่วไปที่ระดับความเสี่ยงอยู่ระหว่าง 1 - 5

จัดอันดับความน่าเชื่อถือ

โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด
เมื่อ วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565
จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท
และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป

ช่องทางการจองซื้อ

เปิดจองซื้อผ่านเว็บไซด์ K-My Invest เปิดจองซื้อผ่านเว็บไซด์ K-My Invest

หมายเหตุ

การจองซื้อผ่านเว็บไซด์ K-My Invest
สามารถจองซื้อ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึงเวลา
23.30 น. ของ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565
และตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ถึงเวลา 15.30 น. ของวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2565 หรือตามดุลยพินิจของธนาคารฯ (ไม่เปิดจองซื้อ
วันเสาร์ - อาทิตย์)

การจองซื้อผ่านเว็บไซด์ K-My Invest สามารถเลือกชำระได้ 2 วิธี ได้แก่

  1. จ่ายด้วย K PLUS สามารถชำระได้ 30 ล้านบาทต่อวัน (ไม่กินวงเงิน Bill Payment) หากต้องการจองซื้อมากกว่านี้ สามารถมาทำรายการ

    ในวันต่อไปในช่วงการจองซื้อ
  2. จ่ายด้วย mobile banking ธนาคารอื่น
    11 ธนาคาร
    (ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารเพื่อการเกษตร
    และสหกรณ์การเกษตร
    ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
    และธนาคารออมสิน)
    วงเงินการชำระเงินขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของธนาคารนั้นๆ
    (รวมถึงสามารถจ่ายด้วย K PLUS ได้ ซึ่งหากเลือกว่าชำระเงินผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ K PLUS
    แต่สุดท้ายมาใช้ K PLUS จ่ายจะมีวงเงิน
    การทำรายการได้สูงสุดตามวงเงิน
    Bill Payment ของลูกค้า) ค่าธรรมเนียมการโอน / ชำระเงิน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร

เงื่อนไขการจองซื้อ

จะต้องเป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยที่มี
สัญชาติไทย และได้ลงทะเบียนฺพิสูจน์ตัวตน
ที่ระดับ IAL 2.3 แล้ว เช่น
การลงทะเบียน NDID,

การเปิดบัญชี
K-eSaving,
การสมัคร Line BK,
และการทำแบบประเมิน CRR

เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ขอรับจองซื้อที่สำนักงานใหญ่ หรือสาขาของธนาคารเฉพาะกรณี

  1. ผู้จองซื้อประเภทบุคคลธรรมดาสัญชาติต่างด้าว
  2. ผู้จองซื้อประเภทนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศหรือต่างประเทศเท่านั้น

ในกรณีผู้จองซื้อประเภทบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่บรรลุนิติภาวะแล้วโปรดดำเนินการจองซื้อผ่านทางเว็บไซต์ www.kasikornbank.com/kmyinvest ทั้งนี้ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ
วิธีการจองซื้อ และ
รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
ตามความเหมาะสม

สอบถามเพิ่มเติมที่

K-contact Center: tel02-8888888
กด 819

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

69-Pricing : https://market.sec.or.th/public/ipos/
IPOSDE01.aspx?TransID=464059

69-BASE : https://market.sec.or.th/public/ipos/
IPOSDE01.aspx?TransID=317683

คำเตือน

ทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

หมายเหตุ

บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้

คำถามที่พบบ่อย

ใครซื้อหุ้นกู้นี้ได้บ้าง

เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป และผู้ลงทุนสถาบัน
ยกเว้นบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้เยาว์ (ผู้เยาว์ คือ
คนที่อายุยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ในวันจองซื้อ)

ผู้เยาว์ ซื้อหุ้นกู้ที่เสนอขายครั้งนี้ได้หรือไม่

ไม่ได้ บุคคลที่จะจองซื้อต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปี
บริบูรณ์
ขึ้นไป ณ วันที่จะทำรายการจองซื้อ

จองซื้อหุ้นกู้ผ่าน ช่องทางออนไลน์ K-My Invest และ ชำระเงินผ่าน K PLUS มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
  • จะต้องเป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยที่มีสัญชาติไทย และที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • ได้ลงทะเบียนพิสูจน์ตัวตนที่ระดับ IAL 2.3 แล้ว เช่น การลงทะเบียน NDID, การเปิดบัญชี
    K-eSaving, การสมัคร Line BK,
    และ
    การทำแบบประเมิน CRR
  • กรณีเลือกจ่ายชำระผ่าน K PLUS ทำรายการได้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อวัน (รวมธุรกรรมจองซื้ออื่นๆ ที่ผ่าน
    K-My Invest (ถ้ามี) แต่ไม่นับรวมวงเงิน Bill Payment) และต้องชำระเงินผ่าน
    K PLUS ภายใน 10 นาที หลังยืนยันรายการ
    จองซื้อ มิเช่นนั้นรายการจะยกเลิกอัตโนมัติ
  • กรณีเลือกจ่ายชำระผ่าน จ่ายด้วย mobile banking ธนาคารอื่น 11 ธนาคาร ได้แก่
    ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารเพื่อการเกษตร
    และสหกรณ์การเกษตร
    ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
    และธนาคารออมสิน
    วงเงินการชำระเงินขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของธนาคารนั้นๆ
    (รวมถึงสามารถจ่ายด้วย K PLUS ได้ ซึ่งหากเลือกว่าชำระเงินผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ K PLUS แต่สุดท้ายมาใช้ K PLUS จ่ายจะมีวงเงิน
    การทำรายการได้สูงสุดตามวงเงิน
    Bill Payment ของลูกค้า) และต้องชำระภายใน
    10 นาที ไม่เช่นนั้นรายการจองจะยกเลิกโดยอัตโนมัติ หากทำ QR / Barcode การชำระเงินหาย จะไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ ต้องรอให้บิลหมดอายุ ค่าธรรมเนียมการโอน / ชำระเงิน

    ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร (อาจมีหรือไม่มี)
  • รับดอกเบี้ยเข้าบัญชี KBank ที่ผูกกับ K PLUS เท่านั้น
  • ผู้จองซื้อหุ้นกู้จะได้รับหลักฐานยืนยันการจองซื้อทันทีหลังจากทำรายการเสร็จสิ้น
ไม่ได้เป็นลูกค้าของ KBank ถ้าจองซื้อหุ้นกู้ผ่านช่องทางออนไลน์ K-My Invest
ต้องทำอย่างไร

ในกรณีที่ยังไม่ใช่ลูกค้า KBank สามารถเป็นลูกค้า KBank ได้โดยการเปิดบัญชี e-saving ที่ https://kbank.co/2AdhTHz และไปยืนยันตัวตน
ที่ตู้ ATM หรือตัวแทนธนาคารโดยไม่ต้องไปสาขา (เช่น
ถ้าเปิดบัญชีช่วง 20:00 น. ของวันที่ 1 ถึง 6:00 น.
ของวันที่ 2 จะใช้ได้หลัง 6:00 น.
ของวันที่ 2)

กรณีจองซื้อผ่านสาขาสามารถมอบอำนาจให้
ผู้อื่นดำเนินการจองซื้อแทนได้ หรือไม่

ผู้จองซื้อสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการ
จองซื้อแทนได้ เฉพาะกรณีเป็นลูกค้า KBank
ที่เคยทำ KYC / CDD และ suitability test

(กับ KBank และอายุไม่เกิน 2 ปี) โดยต้องมีเอกสาร
มอบอำนาจอย่างถูกต้อง โดยผู้จองซื้อจะต้องแนบเอกสารประกอบการจองซื้อเพิ่มเติม
เพื่อให้ผู้รับ
มอบอำนาจยื่นต่อตัวแทนจำหน่ายหุ้นดังต่อไปนี้

  1. หนังสือมอบอำนาจฉบับจริง ที่ลงนามถูกต้อง
    ครบถ้วนพร้อมปิดอากรแสตมป์ 30 บาท
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบต่างด้าว หรือสำเนาหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ
    (แล้วแต่กรณี) ของผู้มอบอำนาจ พร้อมลงนาม
    สำเนาถูกต้อง โดยลายมือชื่อนั้นจะต้องตรงกับ
    ลายมือชื่อที่ลงนามในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ
    การจองซื้อทุกฉบับ
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับ
    มอบอำนาจ พร้อมลงนามสำเนาถูกต้อง
เมื่อจองซื้อหุ้นกู้เรียบร้อยแล้วแสดงว่าได้เลยหรือไม่ หรือต้องรอจัดสรรอีกหรือไม่

รายการจองซื้อจะสำเร็จเมื่อผู้จองซื้อหุ้นกู้
ทำการจองและชำระเงินค่าจองซื้อครั้งเดียว
เต็มจำนวนที่จองซื้อ

  • หากจองซื้อผ่านระบบออนไลน์ K-My invest การจองซื้อสำเร็จจะได้ SMS / Email ยืนยันจากระบบ
  • หากจองซื้อผ่านสาขา สามารถตรวจสอบได้จากสาขาที่ท่านจองซื้อไว้
ชาวต่างชาติซื้อหุ้นกู้ที่เสนอขายครั้งนี้ได้หรือไม่

ได้ ให้แนบสำเนาใบต่างด้าวหรือสำเนาหนังสือเดินทางแทนบัตรประชาชนเวลามาจองซื้อ

วิธีเลือกรับหลักทรัพย์ของหุ้นกู้ MTC
สามารถเลือกรับหลักทรัพย์ได้กี่แบบ

สามารถเลือกรับหลักทรัพย์ได้ 2 วิธี คือ
1. รับเป็นใบ
2. รับเข้าหลักทรัพย์ของลูกค้า เท่านั้น

กรณียังไม่ได้รับใบหุ้นกู้ หรือต้องการสอบถามสถานะการจัดส่งใบหุ้นกู้ ให้ติดต่อสอบถามที่นายทะเบียน
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เบอร์ติดต่อ
02-296-4808, 02-296-5557

จะได้หุ้นกู้เมื่อใด
  1. รับเป็นใบหุ้นกู้ : นายทะเบียนจะจัดส่งใบหุ้นกู้
    ให้แก่
    ผู้ถือหุ้นกู้ภายใน 15 วันทำการนับตั้งแต่
    ปิดการเสนอขายหุ้นกู้
  2. รับเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า :
    นายทะเบียนจะฝากหุ้นกู้ให้ภายใน 7 วันทำการนับตั้งแต่ปิดการเสนอขายหุ้นกู้

กรณียังไม่ได้รับใบหุ้นกู้ หรือต้องการสอบถามสถานะการจัดส่งใบหุ้นกู้ ให้ติดต่อสอบถามที่นายทะเบียน
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เบอร์ติดต่อ
02-296-4808, 02-296-5557

หุ้นกู้ที่เสนอขายครั้งนี้ จ่ายดอกเบี้ยทุกกี่เดือน และจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรกเมื่อไหร่

ชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ทุก ๆ 3 เดือน ทุกวันที่ 27 มกราคม วันที่ 27 เมษายน วันที่ 27 กรกฎาคม
และวันที่ 27 ตุลาคม ของทุกปีตลอดอายุหุ้นกู้

โดยเริ่มชำระดอกเบี้ยครั้งแรกในวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566 และจะทำการชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้

วันครบกำหนดที่จะได้รับเงินต้นคืนของหุ้นกู้ที่เสนอขายครั้งนี้ คือเมื่อใด
อายุหุ้นกู้2 ปี3 ปี 6 เดือน
วันครบกำหนด27 ตุลาคม 256727 เมษายน 2569
คลิกและเลื่อนเพื่อดูข้อมูล
หุ้นกู้ที่เสนอขายครั้งนี้มีความเสี่ยงอยู่ที่ระดับใด
อายุหุ้นกู้2 ปี3 ปี 6 เดือน
ระดับความเสี่ยงของหุ้นกู้44
คลิกและเลื่อนเพื่อดูข้อมูล

ทั้งนี้หุ้นกู้ทั่วไปโดยปกติระดับความเสี่ยงจะอยู่ที่
1 - 5 จากความเสี่ยงทั้งหมด 8 ระดับ
* ระดับความเสี่ยงตามเกณฑ์กลต. บังคับใช้
ก่อนปี 2564

สามารถขายหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดได้หรือไม่

สามารถทำได้ โดยติดต่อธนาคารพาณิชย์หรือ
บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อให้ลองหาผู้ซื้อให้ได้ (ธนาคาร / บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ
อาจไม่ได้รับซื้อไว้เอง) อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจไม่มีสภาพคล่อง ซึ่งทำให้ขายไม่ได้ในทันที และอาจไม่ได้ราคาเท่ากับ
ที่ซื้อมา
หรือไม่ได้ราคาที่ต้องการ

เมื่อครบกำหนดแล้วอยากถือต่อ สามารถ
ขอต่ออายุได้หรือไม่

ไม่ได้ แต่ KBank สามารถแนะนำโอกาสการลงทุนอื่นให้ได้

ใครคือนายทะเบียนของหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เบอร์ติดต่อ
02-296-4808, 02-296-5557