บทความโดย : Rugby School Thailand
ถึงแม้ว่าการพัฒนาของเทคโนโลยี และ การเติบโตของโลกดิจิทัลนั้นจะมีส่วนช่วยทำให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็ทำให้พ่อแม่และเด็กต้องมีการปรับตัวอย่างมากเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ดังนั้นการพัฒนาทักษะจำเป็น จะช่วยเตรียมพร้อมให้พวกเขาสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้ ในวันนี้ เราขอนำเสนอ 5 ทักษะที่ควรเริ่มส่งเสริมให้เด็ก ๆ Gen Z (ช่วงวัย 9 - 24 ปี) ได้เรียนรู้เพื่อเตรียมตัวให้ก้าวทันยุคสมัยแห่งอนาคตเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่มหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลก
Resilient
เรียนรู้ ยอมรับ และปรับตัว เพื่อเผชิญกับความท้าทาย
ในยุคที่มีการแข่งขันรุนแรง และ การเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั้งในด้านเทคโนโลยี และ องค์ความรู้ สิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับเด็ก คือ ความยืดหยุ่นในการเปิดรับการเรียนรู้ใหม่ ๆ และปรับตัวให้พร้อมเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รออยู่ ซึ่งการฝึกฝันทักษะนี้ เด็ก ๆ จะต้องมีความกล้าที่จะคิด ลอง และ ทำในสิ่งที่ตนเองสนใจ
2 เคล็ดลับง่ายๆ ช่วยให้เด็กพร้อมปรับตัว
- ทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง – โดยมีคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้คอยแนะนำอยู่ห่าง ๆ เพื่อให้เด็กเลือกวิธีการเอง ซึ่งจะทำให้เด็กกล้าคิด กล้าลอง กล้าทำ จนเกิดเป็นทักษะในการปรับตัว และ สามารถแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ โดยกิจกรรมไม่จำเป็นต้องยาก เช่น การซื้ออาหาร เสื้อผ้า หรือหนังสือก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว
- เรียนรู้จากความผิดพลาด – สอนให้เด็กเข้าใจว่าการทำผิดพลาดหรือความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องแย่ สิ่งสำคัญคือ เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดและนำไปปรับปรุง จะช่วยให้เด็กมีความยืดหยุ่นทางความคิด และกล้าที่จะลองอะไรใหม่ ๆ รู้จักเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ โดยกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ตั้งแต่วัยเยาว์ คือ การเล่นเกมส์ฝึกทักษะการวางแผนและการแก้ปัญหา จะช่วยพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ดีและมีแนวโน้มที่จะมีไอเดีย หรือไหวพริบในการเอาตัวรอดได้ดีกว่าเด็กที่ไม่เล่นเกมเลย
Reflective
รู้จักตนเอง และ ตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้
คุณลักษณะนี้ คือ การสะท้อนให้เด็กเข้าใจตนเอง ประเมินได้ว่าการเรียนรู้ของตนเองนั้นอยู่ในระดับใด เพื่อให้สามารถที่จะมองภาพโดยรวม รู้จุดบกพร่อง ตลอดจนการกำหนดเป้าหมายและสร้างขั้นตอนไปสู่ความสำเร็จ และ ที่สำคัญยังช่วยให้เด็กมีความมั่นใจตัวเองมากขึ้นอีกด้วย
2 เคล็ดลับง่าย ๆ ช่วยให้เด็กรู้จักตนเอง
- เรียนรู้เรื่องอารมณ์ – เด็กสามารถเรียนรู้อารมณ์ได้ตั้งแต่เมื่อเริ่มสื่อสารเป็น และจะเรียนรู้อารมณ์ที่ละเอียดกว่านี้เมื่อโตขึ้น การสอนให้เด็กรู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร และให้เด็กรู้จักอธิบายความรู้สึกตัวเองอย่างมีเหตุผล เช่น การคุยกับคุณพ่อคุณแม่ภายใต้บรรยากาศที่ทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยโดยคุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ด่วนที่จะตัดสินหรือดุเด็ก จะสามารถช่วยให้เด็กเข้าใจ และรู้จักตัวเองได้มากขึ้น โดยความเข้าใจนี้ช่วยให้เด็กมองภาพรวมที่เหตุผล รู้จัก ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
- ทำกิจกรรมใหม่ ๆ – เปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นหาความชอบ และ ความถนัดของตัวเองโดยให้เด็กได้ลองทำกิจกรรมใหม่ ๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ตัวเอง และ เป็นจุดเริ่มต้นของการมีความคิดสร้างสรรค์ ในปัจจุบันมีคลาสเรียน และ กิจกรรมที่เปิดกว้างมากมายไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือการเข้าคลาสนอกโรงเรียน
Thinkers
มากกว่าเรียนรู้ คือ ทักษะการคิด และ การฝึกตั้งคำถาม
แน่นอนว่าเมื่อการแข่งขันสูงขึ้น ทำให้การแสวงหาความรู้ เป็นสิ่งจำเป็น แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่จะต้องไปควบคู่กับการหาความรู้ คือ กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล หรือ Critical Thinking ที่จะนำไปสู่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด
2 เคล็ดลับง่าย ๆ ส่งเสริมการเรียนรู้
- สร้างแรงบันดาลใจ – เปลี่ยนจากการบอกว่าต้องตั้งใจเรียน เป็นการอธิบายความสำคัญ หรือ เล่าประสบการณ์ให้กับเด็ก ซึ่งแรงบันดาลใจจะทำให้เด็กมีความใฝ่เรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องได้ สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมชมเชยอย่างเหมาะสมเพื่อเป็นการกระตุ้นด้วย
- สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ด้วยการตั้งคำถาม – การถามคำถามเด็กและสอนให้เด็กคิด ก่อนที่จะให้คำตอบสามารถช่วยให้เด็กมีความอยากรู้อยากเห็นได้ นอกจากนี้การให้เด็กเลือกหนังสือที่อยากอ่านเอง หรือ การพาไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์ หรือ แกลเลอรี่ ก็ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และ ทำให้เด็กเกิดความสนใจอยากเรียนรู้ในสิ่งที่พบเจอมากขึ้น
Creative
ใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดความสำเร็จ
ความคิดสร้างสรรค์ มีส่วนช่วยให้เด็กสามารถคิดนอกกรอบ และ พัฒนากลายเป็นความโดดเด่นเฉพาะตัว อีกทั้งยังทำให้เกิดมุมมองการแก้ปัญหาใหม่ ๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ
2 เคล็ดลับง่าย ๆ สำหรับฝึกความคิดสร้างสรรค์
- การปรับมุมมองความคิด – การสอนให้เด็กหัดมองทุกอย่างในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะผ่านมุมมองของตัวเอง หรือของพ่อแม่ จะช่วยให้เด็กมองภาพรวมได้ดีขึ้น และมีความเข้าใจในมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้การสอนให้มองอุปสรรคให้เป็นโอกาส โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยให้คำแนะนำยังสามารถช่วยให้เด็กรู้จักพลิกแพลงสถานการณ์ได้อีกด้วย
- ให้เด็กตัดสินใจด้วยตัวเอง – การให้เด็กตัดสินใจเอง เช่น การจัดห้องนอน หรือช่วยออกไอเดียในการจัดห้องนั่งเล่น เป็นการปลูกฝังให้เด็กฝึกใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การลองเล่นเกมต่าง ๆ เชิงโต้ตอบก็สามารถช่วยให้เด็กหัดคิดและลองสิ่งใหม่ๆได้เป็นอย่างดี
Communicators & Globally Minded
มีทักษะการสื่อสาร พร้อมทํางานร่วมกับผู้อื่น และ เปิดใจรับความแตกต่าง
สำหรับยุคแห่งการสื่อสารที่สามารถติดต่อร่วมงานกับผู้คนได้ทั่วทุกมุมโลกเช่นนี้ ทักษะการสื่อสาร และ การเข้าสังคมจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อให้เด็กมีการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา มีความมั่นใจ และต้องเคารพความเห็นของผู้อื่น ให้เกียรติซึ่งกันและกัน นอกจากนี้การเข้าสังคมยังเป็นโอกาสที่จะทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝนให้ยอมรับในความแตกต่าง เข้าใจในความหลากหลาย
3 เคล็ดลับสร้างทักษะการเข้าสังคม
- เปิดโอกาสให้เด็กได้เข้าสังคม – ไม่ใช่แค่ในโรงเรียน แต่ควรให้มีสังคมนอกโรงเรียน เช่น เพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย และ ไม่กลัวที่จะแสดงออก ทั้งยังสามารถพาเด็กไปเข้าคลาสต่าง ๆ เพื่อให้เด็กได้มีสังคม เช่น คลาสเล่นกีฬา เป็นต้น
- การอธิบายถึงความแตกต่าง – แนะนำให้ทำควบคู่กับการเปิดสารคดีเพื่อเรียนรู้ เพราะสามารถช่วยดึงความความสนใจจากเด็ก และยังช่วยทำให้เด็กเห็นภาพเพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ อีกด้วย
- หากิจกรรมส่งเสริมให้เด็กเปิดใจรับวัฒนธรรมที่หลากหลาย – เช่น การรับประทานอาหารใหม่ ๆ การเรียนภาษาต่างประเทศ หรือการร่วมคลาสที่มีเด็กเข้าร่วมจากหลากหลายประเทศ
นอกเหนือจากการฝึกทักษะการดูแลลูกด้วยตัวของคุณพ่อคุณแม่เองแล้ว การเลือกโรงเรียนที่มีแนวการสอนที่มีคุณภาพก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักมองหาโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนที่ครอบคลุมทั้งด้านวิชาการและกิจกรรม เพราะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพื้นฐานที่ดีให้กับเด็ก เพื่อให้เกิดการใช้ชีวิตได้อย่างมีศักยภาพ ซึ่งในปัจจุบัน Rugby School Thailand มีการเปิดสอนหลักสูตรดังกล่าวที่เน้นการเรียนรู้ เพื่อนำไปใช้งานได้จริง เป็นหลักสูตรเดียวกับ Rugby School ของประเทศอังกฤษ ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่ต้องการที่จะศึกษาหลักสูตรเดียวกันกับประเทศอังกฤษ ก็ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปต่างประเทศอีกต่อไป
สิ่งที่โดดเด่นของการศึกษาในโรงเรียน Rugby School Thailand คือ การมุ่งพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากผลการเรียน อีกทั้งการศึกษาของเด็กแต่ละคนต้องมีความเฉพาะตัว เหมาะสมกับเด็กคนนั้น ๆ ด้วยอุปกรณ์เพื่อการเรียนรู้ และ พื้นที่กว้างขวาง เพื่อให้เด็กได้รับความสุข สบายใจในการเรียนรู้ภายในโรงเรียนได้นั่นเอง ที่สำคัญ คือ การเปิดโอกาสในการเข้าไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศอังกฤษ ซึ่งทางโรงเรียนเองก็มีประสบการณ์ที่พร้อมให้คำแนะนำไม่ว่าจะเป็น ผลการเรียน การเตรียมตัว และ เป็นผู้ให้ Reference เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าไปศึกษาต่อได้แน่นอน
Cambridge, United Kingdom
เทคนิคการเตรียมตัวเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยระดับท็อปทั่วโลก
- ผลการเรียน และ กิจกรรมต่าง ๆ เพราะ มหาวิทยาลัยพิจารณาทั้ง 2 อย่าง
- คะแนน SAT อันดับต้น ๆ - แนะนำให้สอบอย่างน้อย 3 ครั้งเพื่อเลือกรอบที่มีคะแนนสอบที่สูงที่สุด โดยคะแนนที่จะต้องใช้เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยอันดับท็อปของโลกต้องสูงกว่า 1,580 คะแนน
- คะแนนสอบภาษาอังกฤษสูง – ควรได้คะแนน IELTS สูงกว่า 7 คะแนน และ คะแนน TOEFL สูงกว่า 100 คะแนน
- เขียน Personal Statement อย่างโดดเด่น - เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสนใจของเด็กที่มีต่อสาขาวิชาที่สนใจเรียน และ ที่สำคัญต้องมี Reference Letter จากอาจารย์ด้วย
- คะแนนสอบ Aptitude Test ในระดับ Top Percentile – เพื่อประเมินว่าบุคคลจะมีปฏิกิริยาในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไร (ตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยและคณะที่เลือกไว้มีการทดสอบนี้หรือไม่ ถ้ามีให้นำข้อสอบมาทดลองทำ)
- ความชำนาญในสาขาวิชาเมื่อสอบสัมภาษณ์ – เพื่อแสดงศักยภาพความรู้ในสาขาวิชาที่สนใจ โดยต้องเป็นตัวของตัวเอง อธิบายให้ดี และ ไม่ติดขัด
นี่เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นในการเข้ามหาวิทยาลัยอันดับท็อปของโลก อย่าลืมว่าอนาคตของเด็กขึ้นอยู่กับการหล่อหลอมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมของเด็ก ๆ ทั้งในระยะสั้น และ ระยะยาว ด้วยเหตุนี้การเลือกโรงเรียนสมัยใหม่ที่มีทั้งหลักสูตรการเรียนที่ครอบคลุมทันสมัย มีอาจารย์ที่มากประสบการณ์ และกิจกรรมเพื่อส่งเสริม Soft Skill จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจในการเลือกโรงเรียนที่ดี
พิเศษ เอกสิทธิ์สำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเดอะวิสดอมกสิกรไทย รับส่วนลดค่าแรกเข้า 25% ระยะเวลาตั้งแต่ 5 พ.ค. – 24 ส.ค. 65
THE WISDOM The Symbol of Your Vision Ultimate Learning Experience
ค้นหาพรสวรรค์ในตัวลูก สู่เส้นทางความสำเร็จ
Exclusive Live in ZOOM
เอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้า THE WISDOM ขอเรียนเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ เพื่อถอดรหัสการค้นหา Passion ส่งเสริมให้เกิดเป็น "พรสวรรค์เฉพาะตัว" ให้กับลูกผ่านหลากหลายมุมมองผู้เชี่ยวชาญ อาทิ
- พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร (คุณหมอโอ๋) เจ้าของเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
- คุณพลอย มัลลิกะมาส นักเขียนคู่มือพาลูกท่องโลก
- คุณบอย โกสิยพงศ์ ศิลปินและนักแต่งเพลง
- คุณทยา ทีปสุวรรณ คุณแม่นักธุรกิจมากความสามารถ
ฟังสดถามตอบทุกเรื่องได้ในวันที่ 10 พ.ค. 2565 เวลา 13.00 - 15.30 น.
ลงทะเบียนรับสิทธิ์ที่ Zoom
| ศึกษาวิธีการใช้งาน Zoom
|
|
|
|