“คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนลูกได้คนละ 30,000 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนลูก”
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเพื่อเติมเต็มชีวิตครอบครัว รู้หรือไม่ว่า สามารถนำลูกมาลดหย่อนภาษี ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เสียภาษีน้อยลง
ตั้งแต่ พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนลูกได้คนละ 30,000 บาท โดยไม่จำกัดจำนวน จากเดิมที่ใช้สิทธิลดหย่อนได้คนละ 15,000 บาท จำนวนสูงสุด 3 คน ในขณะที่ยกเลิกค่าลดหย่อนการศึกษาลูกคนละ 2,000 บาท แต่จะเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ได้สิทธิลดหย่อนลูกเพิ่มขึ้น ซึ่งมีเงื่อนไขดังนี้
1. เงื่อนไขด้านสายสัมพันธ์
ลูกที่คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ ต้องเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- กรณีคุณแม่ ลูกถือเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณแม่เสมอ ไม่ว่าคุณพ่อและคุณแม่จะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ก็ตาม
- กรณีคุณพ่อ ลูกถือเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณพ่อ ก็ต่อเมื่อคุณพ่อและคุณแม่จดทะเบียนสมรสกัน หรือคุณพ่อจดทะเบียนรับรองลูก หรือมีคำสั่งศาล
สำหรับบุตรบุญธรรม ต้องจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมก่อน จึงจะลดหย่อนภาษีได้ โดยถ้ามีบุตรบุญธรรมเพียงอย่างเดียว จะใช้สิทธิได้สูงสุด 3 คน ทั้งนี้ การลดหย่อนบุตรบุญธรรมนั้น ถ้าพ่อแม่ตัวจริงใช้สิทธิ พ่อแม่บุญธรรมจะใช้สิทธิไม่ได้
กรณีมีทั้งลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายและบุตรบุญธรรม การใช้สิทธิลดหย่อนจะนับจำนวนลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย 3 คนแรกที่ยังมีชีวิตอยู่ตามลำดับอายุสูงสุดของลูก โดยนับรวมลูกที่ไม่อยู่เกณฑ์ได้รับลดหย่อนภาษีด้วย ถ้าครบ 3 คนแล้ว จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรบุญธรรมได้อีก แต่ถ้ายังไม่ครบ 3 คน สามารถนำบุตรบุญธรรมมาลดหย่อนได้ โดยเมื่อนับรวมกับลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ต้องไม่เกิน 3 คน
การใช้สิทธิลดหย่อนลูก สามารถใช้สิทธิในปีภาษีนั้นได้เลย แม้ว่าลูกจะเกิดระหว่างปีภาษีก็ตาม โดยคุณพ่อและคุณแม่ต่างฝ่ายต่างสามารถใช้สิทธิลดหย่อนลูกคนเดียวกันได้ คือ ฝ่ายละ 30,000 บาท แต่หากคุณพ่อคุณแม่ได้หย่าขาดจากกัน ต้องดูว่าลูกอยู่ในการอุปการะเลี้ยงดูของฝ่ายใด ฝ่ายนั้นจึงมีสิทธินำลูกมาลดหย่อนภาษี
2.
เงื่อนไขด้านอายุ
อายุของลูกที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำมาลดหย่อนได้ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
- อายุ 20-25 ปี หรือบรรลุนิติภาวะแล้ว โดยศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษา ในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้
- อายุเท่าไรก็ได้ หากศาลสั่งเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถอันอยู่ในการอุปการะเลี้ยงดู
3. เงื่อนไขด้านรายได้
ลูกต้องไม่มีรายได้ หรือรายได้ทั้งปีไม่ถึง 30,000 บาท ถ้ามีรายได้ 30,000 บาทพอดี ก็ไม่เข้าเงื่อนไขที่คุณพ่อคุณแม่จะใช้สิทธิได้ ทั้งนี้ รายได้ดังกล่าวไม่รวมรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ เช่น เงินที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา เงินรางวัลเพื่อการศึกษา รางวัลที่ทางราชการจ่ายให้ในการประกวดหรือแข่งขัน
4. เงื่อนไขด้านถิ่นที่อยู่
หากคุณพ่อหรือคุณแม่ไม่ได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย (อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วัน) จะใช้สิทธิลดหย่อนลูกได้เฉพาะลูกที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ยกเว้น คุณพ่อหรือคุณแม่เป็นข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนลูกได้ ไม่ว่าลูกจะอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ก็ตาม
นอกจากนี้ หากลูกกลายเป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ แล้วได้รับบัตรประจำตัวคนพิการ โดยมีชื่อคุณพ่อหรือคุณแม่เป็นผู้ดูแล หรือมีใบรับรองแพทย์หรือหนังสือรับรองการเป็นผู้เลี้ยงดูคนพิการ คุณพ่อหรือคุณแม่ยังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพได้อีกคนละ 60,000 บาท
ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูก เมื่อถึงเวลาต้องยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ประจำปี สามารถนำค่าลดหย่อนลูกมาลดหย่อนภาษีได้ แต่อย่าลืมตรวจสอบเกณฑ์เงื่อนไขของลูกที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้