คุ้มครองเรา คุ้มครองเงิน

คุ้มครองเรา คุ้มครองเงิน

​​​​​​​​

        หลายท่านเผชิญหน้ากับการทำงานหนักในช่วงนี้ ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอก็อาจมีเหตุให้ป่วยไข้ไม่สบายได้ ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ หรือวันทำงานไปได้ บวกกับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นซึ่งแพงขึ้นทุกวัน หากเบิกไม่ได้ ก็ต้องเอาเงินที่เก็บออมไว้มาใช้จ่ายไปก่อน กลายเป็นเสียทั้งขาขึ้นขาล่อง จนไม่สามารถถึงเป้าหมายการลงทุนได้เสียที ดังนั้น จะดีกว่าไหม ถ้าเราจะสามารถ “คุ้มครองเรา คุ้มครองเงิน” ไปด้วยกัน ซึ่งคำตอบคงหนีไม่พ้นการป้องกันผ่านการทำประกันสุขภาพไว้ แต่จะเลือกอย่างไรดี เมื่อประกันสุขภาพสามารถแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ด้วยกัน 

  1. แบบแยกค่าใช้จ่าย : ค่าใช้จ่ายรวมๆ ไม่ได้สูงมาก ซึ่งแนะนำให้ดูว่าโรงพยาบาลที่คาดว่าจะเข้ารับบริการเมื่อเจ็บป่วยนั้นมีค่าห้องเท่าไร เพื่อเลือกซื้อวงเงินค่าห้องของแบบประกันให้สอดคล้องกัน 
  2. แบบเหมาจ่าย : คุ้มครองครอบคลุมค่ารักษามากที่สุด รองรับค่ารักษาที่สูง ซึ่งอาจมีค่าเบี้ยประกันที่สูงตามมา และ บางกรมธรรม์อาจกำหนดวงเงินสำหรับค่ารักษาบางรายการ เช่น ค่าห้อง โดยถ้าเราพักรักษาตัวในโรงพยาบาลที่มี ค่าห้องสูงกว่าที่กำหนดในกรมธรรม์ ก็ต้องจ่ายเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เองด้วย หรือ ซื้อประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพิ่มขึ้น

        อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้มีทางเลือกครอบคลุมค่ารักษาในกรณีเกิดโรคร้ายแรง ซึ่ง “ประกันโรคร้ายแรง” จาก 5 โรคหลัก ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือด และ โรคความดันโลหิตสูง สุดท้ายแล้ว ประกันสุขภาพเหล่านี้  คือ เครื่องมือคุ้มครองทั้งตัวเรา และ คุ้มครองเงิน ที่สำคัญ อย่าลืมดูแลสุขภาพ และ ออกกำลังกายกันนะครับ


ฝ่ายพัฒนาการให้คำปรึกษาลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย K-Expert