ทำธุรกรรมออนไลน์อย่างไร
ให้ปลอดภัย

Banner Desktop Banner Mobile

หลังจากที่เราได้ก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด การถอนเงิน โอนเงิน หรือจ่ายเงินเพื่อชําระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ก็ช่างง่ายดาย
แถมยังสะดวกและรวดเร็วอีกด้วย เรียกได้ว่าซื้อง่าย จ่ายคล่อง โอนไว ใช่เลย ชีวิตดี๊ดี แต่ความดี๊ดีนี้
ก็อาจจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เงินในบัญชีจะหายไปโดยไม่รู้ตัวได้เหมือนกัน
ดังนั้น การทําธุรกรรมออนไลน์จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สําคัญและควรรู้ หลายสิ่งที่ต้องทําและหลายสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อเหล่ามิจฉาชีพที่นับวันยิ่งพัฒนาไปไกล จนมีเหยื่อหรือผู้เสียหายจํานวนมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพื่อให้มั่นใจว่าการทําธุรกรรมออนไลน์ของเรานั้นปลอดภัยจริง ๆ มาดูกันว่าเราต้องทําอะไรบ้าง

sms ปลอม sms ปลอม

1. ต้องทำธุรกรรมออนไลน์ด้วยตัวเองเท่านั้น

และอย่าไว้ใจฝากโทรศัพท์มือถือหรือให้ใครทำธุรกรรมแทนเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ใครมาสวมรอยแล้วเอาเงินในบัญชีของเราไปใช้ฟรี ๆ ข้อนี้สำคัญที่สุด

2. เลือกร้านค้าออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ

เช่น มีเงื่อนไขและรายละเอียดของสินค้าอย่างชัดเจน มีการตอบรับที่ดีจากลูกค้ารายอื่นหลาย ๆ ราย เช่น สินค้าถูกต้องตรงปก ความรับผิดชอบของร้านเมื่อสินค้าเสียหาย การตอบคำถามลูกค้าสม่ำเสมอ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้โดยการเข้าไปอ่านรีวิวของร้าน เป็นต้น

3. หลีกเลี่ยงการผูกบัตรเครดิต/เดบิต กับแอปพลิเคชันต่างๆ

หลีกเลี่ยงการผูกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตกับร้านค้าออนไลน์หรือ Platform ที่ไม่มีการยืนยันตัวตนด้วย OTP (One Time Password) หรือรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว เพราะจะทำให้มิจฉาชีพใช้เป็นช่องโหว่ในการทำธุรกรรมแทนเราได้

4. ไม่ส่งต่อ OTP ให้กับบุคคลอื่น

เพราะรหัส OTP นี้ถือเป็นประตูสำคัญ การส่ง OTP ให้คนอื่น เปรียบได้กับการที่เรายื่นกุญแจให้คนร้ายไขประตูเข้ามาขโมยเงิน ในบ้านเราได้อย่างง่ายดาย

5. ปรับวงเงินสูงสุดสำหรับการชำระค่าสินค้าทางออนไลน์ให้เหมาะสม

โดยตั้งค่าในจำนวนเงินที่ไม่สูงมาก ในระดับที่เรารับได้หากเกิดความเสียหายขึ้น หรือสามารถตั้งวงเงินเป็น 0 บาท เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายในช่วงนั้น

6. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลสำคัญทางการเงินแก่ผู้อื่น

และไม่โพสต์โชว์ทางโซเชียลมีเดีย เช่น หมายเลขบัตรเครดิต เลขหลังบัตรเครดิตหรือ CVV เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรประชาชน เป็นต้น และหากมีบุคคลใดอ้างเป็นธนาคารติดต่อมาขอข้อมูลดังกล่าว เราต้องไม่ให้เด็ดขาด เนื่องจากธนาคารไม่มีนโยบายติดต่อลูกค้าเพื่อให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญอื่น ๆ

7. ตั้งรหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดา และไม่ใช้รหัสเดียวกันทุกระบบ

เพราะถ้ามิจฉาชีพขโมยรหัสผ่านเราได้จากที่หนึ่งแล้ว จะสามารถนำไปใช้ในระบบอื่น ๆ ที่เป็นรหัสเดียวกันได้หมดจนเกิดความเสียหายในที่สุด

8. ตั้งการแจ้งเตือนรายการบัญชีเงินเข้า-ออก

ผ่านอีเมลหรือข้อความ SMS และหมั่นสังเกตอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตว่าเป็นของเราหรือไม่ หากพบรายการผิดปกติ เราจะได้ติดต่อธนาคารได้ทันท่วงที

9. ติดตามข่าวสารเรื่องภัยออนไลน์เป็นประจำ

เพื่อให้รู้ทันกลโกงต่าง ๆ ของเหล่ามิจฉาชีพ รู้วิธีสังเกต และสามารถป้องกันตนเองให้รอดพ้นจากภัยออนไลน์ได้

ขั้นตอนไม่ยากเลย หากเทียบกับความปลอดภัยที่เราจะได้กลับคืนมา เพียงเท่านี้การทำธุรกรรมออนไลน์ ก็จะปลอดภัยยิ่งขึ้น และอย่าลืมที่จะบอกต่อแนวทางดี ๆ แบบนี้ให้กับคนที่เรารักและปรารถนาดี เพื่อไม่ให้เขาเหล่านั้นตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพหรือโจรออนไลน์กันด้วยนะ