09 ต.ค. 61

ตัดเสื้อพอดีตัว ลงทุนพอดีไซส์ (Review K-FIT)

คะแนนเฉลี่ย

ออมและลงทุน
​​​​​ตัดเสื้อพอดีตัว ลงทุนพอดีไซส์ (Review K-FIT) 

​​​​         นักลงทุนหลายๆ ท่าน คงเคยได้ยินคำว่า "จัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation)" มาไม่มากก็น้อย ซึ่งหมายถึง การกระจายการลงทุนไปในหลายประเภทของสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ทองคำ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือ REITs เพื่อลดความผันผวน โดยให้มีสัดส่วนเหมาะสมกับความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้และสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุน


 

         สำหรับนักลงทุนมือใหม่ การจัดพอร์ตกองทุนหรือเลือกกองทุนในแต่ละประเภทเองคงไม่ใช่เรื่องง่าย นักลงทุนคงเคยพบเจอปัญหาเหล่านี้ เช่น

​               1. กองทุนเยอะ เลือกไม่ถูกว่าจะเอากองไหนดี

               2. อยากจัดพอร์ต แต่ไม่เก่งคิดสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกองทุน

               3. จับจังหวะซื้อขายไม่ถูก ติดตามข่าวเศรษฐกิจไม่ทัน

               4. เงินน้อย จัดพอร์ตยาก เพราะต้องซื้อหลายกองทุน

         

         กองทุนผสม เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ง่ายสำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มลงทุนแบบจัดพอร์ต เพราะกำหนดสัดส่วนการลงทุนใน ตราสารการเงินต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว มีทั้งกองทุนแบบที่ลงทุนตรงๆ ในสินทรัพย์ต่างๆ ทั้งตราสารหนี้ หุ้นกู้ หุ้นรายตัว และกองทุนแบบที่ลงทุนผ่านกองทุนอีกที หรือที่เรียกว่า Fund of Funds ที่มีการกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ


 

         กองทุนผสมกลุ่ม K-FIT เป็นกองทุนผสมประเภท Fund of Funds ที่ตอบสนองต่อทุกสภาพเศรษฐกิจในแต่ละช่วงและ ฟิตพอดีกับคุณ ทั้งผลตอบแทนที่คาดหวังและความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ และเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหา 4 ข้อข้างต้นของนักลงทุนที่เริ่มจัดพอร์ต เรามาดูกันว่า แต่ละปัญหาข้างต้นของนักลงทุน กองทุนกลุ่ม K-FIT จะช่วยแก้ไขได้อย่างไร


 

         1. กองทุนเยอะ เลือกไม่ถูกว่าจะเอากองไหนดี


 

         ถ้านักลงทุนต้องเลือกกองทุนทั้งตลาดเอง โดยมีกองทุนรวมให้เลือกเป็นร้อยๆ พันๆ กองทุน คงยากลำบากไม่น้อย กองทุน K-FIT มีผู้จัดการกองทุนช่วยคัดสรรกองทุนมาให้ครบและครอบคลุมตามแต่ละประเภทของสินทรัพย์ เช่น ตราสารหนี้ระยะสั้น (K-SFPLUS), ตราสารหนี้ไทย (K-FIXED), หุ้นไทย (K-EQUITY), หุ้นต่างประเทศ (K-ASIA, K-CHINA, K-INDIA, K-JP, K-GINFRA) ดังนั้น ผู้ลงทุนไม่ต้องกังวลในการคัดเลือกกองทุนแต่ละประเภท


 

 

​2. อยากจัดพอร์ต แต่ไม่เก่งคิดสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกองทุน

​​

         สัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์เป็นอีกข้อหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้การลงทุนแบบจัดพอร์ตบรรลุเป้าหมาย วิธีการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนที่เหมาะสม อาจจะทำได้ยากสำหรับนักลงทุนทั่วไป กองทุนผสมกลุ่ม K-FIT สามารถช่วยได้ เพราะผู้จัดการกองทุนช่วยปรับสัดส่วนแทนนักลงทุนให้เหมาะสม ด้วยการวิเคราะห์ทางสถิติย้อนหลังและหาสัดส่วนการลงทุนที่น่าจะให้ผลตอบแทนสูงสุดในระดับความเสี่ยงที่ต่ำสุด


         กองทุน K-FIT มีให้เลือก 4 แบบตามระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนรับได้ เรามาดูกันว่า ในแต่ละประเภทของกองทุน K-FIT ลงทุนอะไรบ้าง สัดส่วนของแต่ละกองทุนเป็นอย่างไร


 

• K-FITS (ฟิตหน่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป)

 


 

• K-FITM (ฟิตกลาง สร้างการลงทุนให้แข็งแรง)


 


 

• K-FITL (ฟิตจัด อัดแน่นทุกการลงทุน)


 


 

• K-FITXL (ฟิตเต็มแรง แกร่งทุกการลงทุน)


 

ที่มา: KAsset


 

         3. จับจังหวะซื้อขายไม่ถูก ติดตามข่าวเศรษฐกิจไม่ทัน

 

ที่มา: KAsset


 

         การลงทุนในปัจจุบันมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นที่ใดบนโลกก็สามารถกระทบกับตลาดในอีกซีกโลกได้เลย นักลงทุนที่ทำงานหนัก ไม่มีเวลาติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดอาจทำให้พลาดจังหวะในการตัดสินใจลงทุนได้ กองทุนผสมกลุ่ม K-FIT เป็นการจัดพอร์ตแบบ Fund of Funds ซึ่งเป็นการลงทุนผ่านกองทุนรวมอีกชั้นหนึ่ง ทำให้มีผู้จัดการกองทุนคอยช่วยดูแลให้ถึง 2 ชั้น คือ ผู้จัดการกองทุน K-FIT เอง และผู้จัดการกองทุนที่ K-FIT ไปลงทุนไว้ และการปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalancing) จะทำทุกๆ 3 เดือน ให้เหมาะสมกับสภาพตลาดตอนนั้น นักลงทุนจึงสบายใจได้ในทุกสภาวะตลาด


         4. เงินน้อย จัดพอร์ตยาก เพราะต้องซื้อหลายกองทุน​


 

         นักลงทุนหลายท่านคงคิดว่าการจัดพอร์ตเป็นเรื่องไกลตัวเพราะมีเงินลงทุนน้อย ต้องซื้อหลายกองทุนในแต่ละประเภทสินทรัพย์เพื่อจัดเป็นพอร์ต แต่นักลงทุนสามารถเริ่มลงทุนง่ายๆ กับกองทุนผสมกลุ่ม K-FIT ที่เริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียง 500 บาท ผ่านช่องทาง Digital (App K-My Funds) สำหรับใครที่กังวลเรื่องค่าธรรมเนียมก็สบายใจได้ เพราะแม้ว่ากองทุน K-FIT จะเป็นการลงทุนผ่านกองทุนอีกที แต่ก็ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน โดยคิดค่าบริหารจัดการกองทุนเพียง 1.07% ต่อปี และไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อ นอกจากนี้ ถ้าถือครองเกิน 3 ปี ก็จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนอีกด้วย


 

         การเริ่มต้นลงทุนแบบ Asset Allocation ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เริ่มต้นลงทุนแบบจัดพอร์ตตามความเสี่ยงและผลตอบแทนที่พอใจ โดยกองทุนผสม K-FIT เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม นักลงทุนไม่ต้องติดตามการลงทุนมากเกินไป เพราะมีผู้จัดการกองทุนช่วยทำให้ผลตอบแทนงอกเงย และไม่ยุ่งยาก ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 500 บาท นักลงทุนจะได้มีเวลาไปทำในสิ่งที่อยากทำได้อย่างสบายใจมากขึ้น


 

Link K-FIT​ :  คลิกที่นี่​


 

บทความที่เกี่ยวข้อง: 

 
​Workshop ที่เกี่ยวข้อง: 
- จัดพอร์ตลงทุนง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง 

 
Tool: K-Expert MyPort 



 

ให้คะแนนบทความ