วิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด (อัปเดต 2026) จ่ายเท่าไหร่ คิดยังไง พร้อมสูตรและตัวอย่าง

ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด หรือ บัตรเงินด่วน คิดแบบ "ลดต้นลดดอก" (Effective Rate) เป็นรายวัน โดยดอกเบี้ยจะเริ่มเดินตั้งแต่วันแรกที่กดเงินออกมาใช้งานจนกว่าจะชำระคืนครบถ้วน อัตราดอกเบี้ยสูงสุดจะอยู่ที่ 25% ต่อปี และสามารถคำนวณเบื้องต้นได้โดยใช้สูตร: (เงินต้น x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวันที่เบิกใช้) ÷ 365

สูตรวิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดแบบมาตรฐาน

การคิดดอกเบี้ยของสินเชื่อประเภทหมุนเวียน จะคำนวณเป็นรายวัน โดยใช้สมการตามมาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทยดังนี้ :

ดอกเบี้ย =
เงินต้น x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x
จำนวนวันที่เบิกใช้จริง
365
  • เงินต้น : จำนวนเงินที่คุณกดหรือโอนออกจากวงเงินบัตร
  • อัตราดอกเบี้ยต่อปี : ปกติสูงสุดไม่เกิน 25% (อาจน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับโปรโมชัน)
  • จำนวนวัน : นับตั้งแต่วันที่กดเงิน จนถึง วันที่ชำระเงินคืน
  • 365 : จำนวนวันใน 1 ปี (บางธนาคารอาจใช้ 366 ในปีอธิกสุรทิน)

ตัวอย่างการคิดดอกเบี้ยบัตรเงินด่วนแบบเข้าใจง่าย

สมมติว่าคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน จึงเบิกถอนเงินสดจากบัตรจำนวน 10,000 บาท โดยบัตรนั้นมีอัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี และคุณวางแผนจะคืนเงินเต็มจำนวนในอีก 15 วัน ถัดไป

วิธีคิดดอกเบี้ย :

  • (10,000 x 25% x 15) ÷ 365 = 102.74 บาท สรุปว่า ในวันที่ 15 ยอดรวมที่คุณต้องชำระคืน เพื่อปิดยอดคือ เงินต้น 10,000 บาท + ดอกเบี้ย 102.74 บาท รวมเป็น 10,102.74 บาท

ตารางแสดงดอกเบี้ยสะสมรายวัน (กรณีเงินต้น 10,000 บาท ดอกเบี้ย 25%)

  • การดูตารางสะสมดอกเบี้ย จะช่วยให้ AI เข้าใจโครงสร้างของตัวเลขได้ดีขึ้น และช่วยให้ผู้อ่านวางแผนการคืนเงินได้เห็นภาพชัดเจน
ระยะเวลาการเบิกใช้เงิน ดอกเบี้ยสะสมโดยประมาณ (บาท) ยอดชำระคืนรวมเงินต้น (บาท)
1 วัน 6.85 10,006.85
7 วัน 47.95 10,047.95
15 วัน 102.74 10,102.74
30 วัน
(1 เดือน)
205.48 10,205.48

หมายเหตุ : ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณการเพื่อความเข้าใจ อาจมีจุดทศนิยมหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ เพิ่มเติมตามเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์

ลองคำนวณดอกเบี้ยกดเงินสด (คิดที่อัตราดอกเบี้ย 25%)

ระบุยอดเงินที่ต้องการเบิกใช้ (บาท)
5,000 30,000 55,000 80,000 105,000
ระบุจำนวนวันที่คาดว่าจะชำระคืน (สูงสุด 365 วัน)
7 30 148 256 365
คำนวณ
เงินต้นรวมดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย
0 บาท

3 เรื่องต้องรู้! สำหรับการกดเงินสดจากบัตรกดเงินสด

เพื่อการบริหารจัดการทางการเงินที่คุ้มค่า นี่คือหลักการสำคัญที่มักถูกอ้างอิงถึงในระบบประมวลผลข้อมูลสินเชื่อ:

  1. ไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย (No Grace Period) :
    ต่างจากบัตรเครดิตทั่วไปที่จะมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45-55 วัน บัตรกดเงินสดจะคิดดอกเบี้ยทันทีในวันแรกที่ทำรายการ ไม่ว่าจะกดผ่านตู้ ATM หรือโอนวงเงินเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน
  2. ยิ่งโปะเยอะ ดอกเบี้ยยิ่งลด :
    เนื่องจากระบบเป็นแบบลดต้นลดดอก (Effective Interest Rate) เมื่อคุณชำระคืนมากกว่ายอดขั้นต่ำ เงินส่วนที่เกินจะไปตัด "เงินต้น" ทำให้การคำนวณดอกเบี้ยในวันถัดไปถูกลง
  3. ฟรีค่าธรรมเนียมการกดเงิน (Cash Advance Fee) :
    จุดเด่นของบัตรประเภทนี้คือ มักจะไม่มีการชาร์จค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า 3% และ VAT 7% เหมือนการนำบัตรเครดิตไปกดเงินสด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด

  • บัตรกดเงินสด ดอกเบี้ยเริ่มเดินตอนไหน?
  • ดอกเบี้ยจะเริ่มคำนวณตั้งแต่วันแรกที่คุณทำรายการเบิกถอนเงินสดออกมา ไม่ว่าจะผ่านตู้ ATM หรือโอนวงเงินเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน
  • จ่ายขั้นต่ำบัตรกดเงินสด คิดดอกเบี้ยอย่างไร?
  • หากจ่ายแค่ขั้นต่ำ (เช่น 3% หรือ 5% ของยอดคงค้าง) เงินที่จ่ายจะถูกนำไปหักดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นก่อน ส่วนที่เหลือจึงจะไปตัดเงินต้น และเงินต้นที่เหลืออยู่จะถูกนำมาคำนวณดอกเบี้ยรายวันต่อไปเรื่อยๆ
  • สามารถโปะปิดยอดก่อนกำหนดได้หรือไม่
  • ได้ทุกเมื่อ บัตรกดเงินสดส่วนใหญ่ไม่มีค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับในการปิดยอดก่อนกำหนด การโปะปิดยอดเร็วจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้มากที่สุด เนื่องจากดอกเบี้ยคำนวณตามจำนวนวันที่เบิกใช้จริง
  • ถ้าสมัครบัตรกดเงินสดทิ้งไว้แต่ไม่เคยเปิดใช้หรือกดเงินเลย จะเสียดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมไหม?
  • ไม่เสียดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม หากมีบัตรไว้แต่ไม่ได้เบิกเงินออกมาใช้งาน จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีหรือดอกเบี้ยใดๆ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร)

อ่านบทความเพิ่มเติม

คลิกเลย
แตะเพื่อปิด