ภาคการขนส่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ประเทศไทย
คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของการปล่อยทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการใช้พาหนะเครื่องยนต์สันดาป ภายใน (ICE – Internal Combustion Engine) ที่ยังเป็นระบบหลักในภาคขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์
แม้ว่าจะมีนโยบายผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาดในภาคขนส่งแต่การเปลี่ยนผ่านยัง เป็นไปอย่างช้า ด้วยข้อจำกัดด้านต้นทุน เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จ หรือแม้แต่พฤติกรรมผู้ขับขี่ที่ยังไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพพลังงานมากพอ
นอกจากนี้ การขาดตัวอย่างเชิงประจักษ์หรือโมเดลต้นแบบขององค์กรขนาดใหญ่ ที่สามารถแสดงให้เห็นว่า “การลดคาร์บอนในภาคขนส่งสามารถทำได้จริง และทำได้อย่างเป็นระบบ” ยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายผลในระดับประเทศ
กลุ่ม Green Freight ภายใต้เครือข่ายฯ ThaiCBN ได้กำหนดแนวทาง ดำเนินงานมุ่งส่งเสริมการลดการปล่อยคาร์บอนในระบบโลจิสติกส์ และขนส่งของประเทศไทย
ผ่านการพัฒนาแนวทางเชิงระบบที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในองค์กรและธุรกิจที่มีการขนส่งจำนวนมาก
แนวทางของกลุ่มคือการสร้าง “ต้นแบบการเปลี่ยนผ่านด้านคาร์บอนต่ำในภาคขนส่ง” (Low-Carbon Transportation Transition Model) โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ เช่น ไปรษณีย์ไทยซึ่งมีระบบขนส่งที่ ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ การดำเนินการในองค์กรเช่นนี้จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงในวงกว้าง และเป็นกรณีศึกษาสำหรับภาคธุรกิจอื่นๆ ต่อไป
การพัฒนา Workstream ทดลองการลดคาร์บอนในภาคขนส่งจะดำเนิน ผ่านกิจกรรมสำคัญ ดังนี้:
-
การศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าในการเปลี่ยนยานพาหนะเป็น EV
- ทดสอบเปลี่ยนยานพาหนะที่ใช้ในเส้นทางระยะสั้นหรือในเขตเมืองให้เป็น EV
- ประเมินต้นทุน ผลตอบแทน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
- สร้างระบบจัดตั้งสถานีชาร์จพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จไฟ
-
การฝึกอบรมพนักงานขับรถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่
- อบรมพนักงานขับรถตรวจสอบให้เหมาะสมเพื่อลดการใช้พลังงาน
- ฝึกอบรมเทคนิคการขับรถแบบประหยัดพลังงาน (Eco-driving)
- ใช้เทคโนโลยีในการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูล เช่น เทคโนโลยี Telematics
-
การเลือกประเภทของล้อและยางรถให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- จัดหาและใช้งานล้อยางที่มีแรงต้านต่ำ (Low Rolling Resistance Tires)
- ใช้เทคนิคในการปรับปรุงวิธีการเพื่อลดอัตราการปล่อยคาร์บอน เช่น การเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ที่เหมาะสม
-
การเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอน (Carbon Accounting) อย่างเป็นระบบ
- ติดตั้งระบบ IoT เพื่อติดตามการใช้น้ำมันและการปล่อย CO₂
- จัดทำ Dashboard รายงานผลแบบเรียลไทม์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนในอนาคต