ก่อนจะตัดสินรีไฟแนนซ์ ควรรู้จักคำว่า “รีไฟแนนซ์” ให้ถ่องแท้ และเก็บข้อมูลให้ละเอียด คิดคำนวณให้รอบคอบ เปรียบเทียบตามหลักที่ถูกต้องให้ดี
ทำความรู้จักกับการรีไฟแนนซ์
การรีไฟแนนซ์ คือการกู้เงินก้อนใหม่ เพื่อไปปลดภาระเงินกู้ก้อนเก่า โดยที่คุณได้รับผลประโยชน์ที่ดีกว่า เช่น ได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเดิม สามารถประหยัดได้มากกว่าเดิม มีค่าใช้จ่ายถูกลงกว่าเดิม หรือได้วงเงินกู้
มากขึ้นกว่ายอดคงค้างเดิม อย่างไรก็ตามการรีไฟแนนซ์ที่ดีจะต้องคำนึงด้วยว่า ส่วนประหยัด จากดอกเบี้ยที่ลดลง ( ค่างวดเก่า - ค่างวดใหม่ ) โดยการรีไฟแนนซ์ จะประกอบด้วยค่าใช้จ่ายดังนี้
ค่าธรรมเนียมในการจำนอง

ซึ่งจ่ายให้กับกรมที่ดินจำนวน 1% ของวงเงินที่จำนอง

ค่าอากรแสตมป์

อยู่ที่ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ โดยจ่ายให้กับผู้กู้รายใหม่

ค่าประเมินหลักประกัน

ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท หรือ 0.25% ของราคาประเมิน

ค่าประกันอัคคีภัย

ประมาณ 2,000 - 3,000 บาท แล้วแต่มูลค่าบ้านซึ่งต้องจ่ายให้กับผู้ให้กู้รายใหม่
กรณีนี้อาจยกประโยชน์จากสัญญาประกันเดิมให้คุ้มครองหลักประกันนี้ต่อเนื่องถึงสถาบันการเงินใหม่
( แล้วแต่กรณี )

ค่าปรับการคืนเงินกู้ก่อนกำหนดตามสัญญาเดิมที่มีอยู่

โดยอยู่ประมาณอยู่ที่ 2-3% ของวงเงินกู้ทั้งจำนวน ( บางแห่งคิดจากมูลหนี้ที่เหลืออยู่ ) ซึ่งคุณ
จะต้องจ่ายให้กับผู้ให้กู้รายเดิม กรณีไถ่ถอนก่อนกำหนด แต่ละแห่งมีระยะเวลาไถ่ถอนก่อนกำหนด
ต่างกัน เช่น 2 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี

รวมค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ทั้งหมด จะอยู่ที่ ประมาณ 2.3%
ของวงเงินรีไฟแนนซ์ ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาถึงวงเงินที่จะรีไฟแนนซ์ใหม่
และระยะเวลาผ่อนชำระด้วย

 

จุดคุ้มทุนของการรีไฟแนนซ์

หมายเหตุ : หากคำนวณแล้วประหยัดเป็นหลักครึ่งแสน ก็สมควรที่จะรีไฟแนนซ์ แต่ถ้าต่ำกว่าครึ่งแสน
อาจจะพิจารณาดูว่า อัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ หากคิดว่าเพิ่มขึ้นแน่ๆ ควรจะรีไฟแนนซ์
แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะขึ้นหรือจะลงก็อาจจะรอจนกว่าได้ข้อมูลนี้จนแน่ใจ เพราะหากดอกเบี้ยปรับลงแทน
การรีไฟแนนซ์อาจจะไม่คุ้ม