บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศสำหรับบุคคลที่มีถิ่นอยู่ในประเทศ  (FCD for Resident Account  )


สามารถใช้บริการบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ ได้ที่สาขาธนาคารกสิกรไทยที่คุณเปิดบัญชีไว้ เพื่อทำธุรกรรมการเงินได้อย่างง่ายดาย ปลอดภัยยิ่งขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

 

 
จุดเด่น

ถ้าคุณเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน บริการบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศช่วยคุณได้ ด้วยบริการฝาก และถอนเป็นเงินตราต่างประเทศ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารความเสี่ยงจากธุรกรรมระหว่างประเทศของคุณ

รายละเอียด
บุคคลที่สามารถเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ
  • ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยเป็นการถาวร
  • บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นคนไทย
  • ชาวไทยที่ทำการค้ากับคู่ค้าในต่างประเทศ    
  • กิจการ  สถาบัน หรือบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย
  • สำนักงาน สาขาและตัวแทนซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย ของบุคคล/นิติบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ        
  • ส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล  รัฐวิสาหกิจ นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น รวมทั้งข้าราชการ/ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ
  • ผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด คือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม (ไม่รวมกองทุนส่วนบุคคล) บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัย
 
การฝากเงินเข้าบัญชี FCD   แบ่งตามประเภทลูกค้าได้เป็น  3 กลุ่มคือ

1. บุคคล/นิติบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ (ยกเว้น ส่วนราชการ  องค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ และผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ ธปท. กำหนด) แบ่งลูกค้าเป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 ลูกค้าที่มีรายได้จากต่างประเทศสามารถเปิดบัญชีได้ดังนี้คือ

-  บัญชีที่มีรายได้จากต่างประเทศประเภทไม่แสดงภาระ มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  • มียอดเงินคงเหลือในบัญชีได้ไม่จำกัดจำนวน
  • ไม่ต้องแสดงหลักฐานภาระหนี้เงินตราต่างประเทศในวันที่ฝากเงิน

กลุ่มที่ 2 ลูกค้าที่ไม่มีรายได้จากต่างประเทศ โดยลูกค้านำเงินบาทมาแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ แล้วนำฝากเข้าบัญชี FCD สามารถเปิดบัญชีได้ 2 แบบ คือ

1. บัญชีที่ไม่มีรายได้จากต่างประเทศประเภทแสดงภาระ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

  • ในวันที่ฝากเงิน ลูกค้าต้องแสดงหลักฐานต่อธนาคารว่ามีภาระหนี้หรือรายจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศซึ่งอาจจะเป็นภาระหนี้ของตนเอง หรือของธุรกิจในเครือที่ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50% ที่ต้องชำระในอนาคตให้แก่บุคคลในต่างประเทศ หรือธนาคารพาณิชย์ (ภาระหนี้ดังกล่าวจะครบกำหนดชำระเมื่อไหร่ก็ได้และฝากได้ไม่เกินจำนวนภาระหนี้ที่แสดง) ตัวอย่างหลักฐานที่แสดงภาระหนี้ เช่น สัญญาซื้อขาย, สัญญาเงินกู้ , Invoice เป็นต้น
  • ยอดคงเหลือในบัญชี  ทุกบัญชีรวมกันของลูกค้ารายเดียวกัน
    • สำหรับบุคคลไทย มียอดคงเหลือสูงสุดได้ไม่เกิน 1,000,000 USD หรือเทียบเท่ากรณีเป็นเงินสกุลอื่น 
    • สำหรับนิติบุคคลไทย มียอดเงินคงเหลือสูงสุดได้ไม่เกิน 100,000,000 USD หรือเทียบเท่ากรณีเป็นเงินสกุลอื่น

(หากต้องการฝากเกินกว่าวงเงินที่กำหนด ให้ฝากได้อีกไม่เกินยอดรวมของภาระหนี้เงินตราต่างประเทศที่ต้องชำระภายใน 12 เดือนนับจากวันฝากเงิน ซึ่งลูกค้านำมาแสดง) 

2. บัญชีที่ไม่มีรายได้จากต่างประเทศประเภทไม่แสดงภาระ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

  • ยอดคงเหลือในบัญชี ทุกบัญชีรวมกันของลูกค้ารายเดียวกัน
    • สำหรับบุคคลไทย มียอดคงเหลือสูงสุดได้ไม่เกิน 500,000 USD หรือเทียบเท่ากรณีเป็นเงินสกุลอื่น 
    • สำหรับนิติบุคคลไทย มียอดเงินคงเหลือสูงสุดได้ไม่เกิน 500,000 USD หรือเทียบเท่ากรณีเป็นเงินสกุลอื่น
    • ไม่ต้องแสดงหลักฐานภาระหนี้เงินตราต่างประเทศในวันที่ฝากเงิน    

2. ส่วนราชการ  องค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ ซึ่งมีรายรับ และ/หรือรายจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ

  • ณ วันที่ฝากเงิน ลูกค้าไม่ต้องแสดงหลักฐานภาระหนี้เงินตราต่างประเทศที่ต้องชำระในอนาคต
  • มียอดคงเหลือในบัญชีได้ไม่จำกัดจำนวน 

3. ผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ ธปท. กำหนด คือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ  กองทุนประกันสังคม   กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ   กองทุนรวม (ไม่รวมกองทุนส่วนบุคคล) บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัย ซึ่งได้รับเงินตราต่างประเทศจากการขายหลักทรัพย์ที่ต่างประเทศ หรือได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ต่างประเทศ และต้องการนำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากเข้าบัญชี FCD เพื่อรอไว้ลงทุนต่อ

  • ณ วันที่ฝากเงิน ลูกค้าไม่ต้องแสดงหลักฐานภาระหนี้เงินตราต่างประเทศที่ต้องชำระในอนาคต
  • ยอดคงเหลือต่อรายลูกค้ามีได้สูงสุดไม่เกิน 52,000,000 USD หรือเทียบเท่า อย่างไรก็ตาม ลูกค้าต้องฝากเงินไม่เกินวงเงินลงทุนที่ผู้กำกับดูแลสถาบันอนุญาตไว้
 แหล่งที่มาของการฝากเงินเข้าบัญชี
  • รายได้จากต่างประเทศ เช่น การรับชำระค่าสินค้า ค่าบริการ รับชำระเงินกู้หรือดอกเบี้ยเงินกู้ และรายได้ประเภทอื่นๆ 
  • รายได้จากในประเทศไทย
  • เงินกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศจากกิจการวิเทศธนกิจ  (BIBF)   
  • เงินที่โอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลเดียวกัน
  • เงินที่โอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ เพื่อเข้าบัญชีอื่นของส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล   รัฐวิสาหกิจ หรือเข้าบัญชีข้าราชการ/ลูกจ้างของส่วนราชการ องค์การของรัฐบาลที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ            

หลักเกณฑ์การถอนเงินจากบัญชี  ถอนได้ตามวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ โดยต้องแสดงหลักฐานประกอบ

  • ถอนเพื่อชำระหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยเงินกู้สกุลเงินต่างประเทศ
  • ถอนเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ หรือภาระหนี้เงินตราต่างประเทศประเภทอื่นๆ หรือนำไปลงทุนให้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในต่างประเทศ
  • ถอนเพื่อโอนเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของบุคคลเดียวกันเพื่อนำไปชำระหนี้เงินตราต่างประเทศภายใน 12 เดือน
  • ถอนเงินจากบัญชีของส่วนราชการ  องค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ เพื่อเข้าบัญชีอื่นของส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล   รัฐวิสาหกิจ หรือ เพื่อโอนเข้าบัญชีของข้าราชการ/ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ
  • ถอนเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นสกุลอื่น หรือแลกเป็นสกุลเงินบาท
 
การยื่นแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ

บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศทำรายการฝาก-ถอน เงินตราต่างประเทศตั้งแต่ 50,000 USD  หรือเทียบเท่ากรณีเป็นเงินสกุลอื่น ต้องยื่นแบบทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศกับธนาคารพาณิชย์

 

10 สกุลเงินตราต่างประเทศที่ให้บริการ
  • ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา   US  Dollar                (USD)
  • ดอลลาร์สิงคโปร์           Singapore  Dollar     (SGD)
  • ดอลลาร์ออสเตรเลีย     Australian  Dollar     (AUD)
  • ดอลลาร์แคนาดา          Canadian  Dollar      (CAD)
  • ดอลลาร์ฮ่องกง             Hong  Kong  Dollar  (HKD)
  • เยนญี่ปุ่น                      Japanese  Yen        (JPY)       
  • ปอนด์สเตอร์ลิง            Pound  Sterling         (GBP)
  • ฟรังค์สวิส                    Swiss  Franc            (CHF) 
  • ยูโร                             Euro                         (EUR) 
  • หยวน                          Chinese Yuan         (CNY)

 

ลักษณะบริการ 

หลักเกณฑ์

จำนวนเงินในการฝากครั้งแรก       ไม่มีการกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการฝากครั้งแรก แต่ทั้งนี้ฝากได้ไม่เกินวงเงินสูงสุดที่ ธปท. กำหนด           
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ  ไม่มีการกำหนดยอดเงินคงเหลือขั้นต่ำ
ค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี 

ไม่มี

 
เอกสารประกอบการขอเปิดบัญชี

บุคคลธรรมดาที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ

  • บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัว รัฐวิสาหกิจ หรือบัตรประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐ  หรือใบอนุญาตขับขี่รถยนต์รุ่นใหม่ที่ระบุเลขประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน ที่ระบุเลขประจำตัวประชาชน (กรณีที่บัตรแสดงตนไม่แสดงที่อยู่ไว้บนบัตร )

นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย

  • กฎข้อบังคับของบริษัท
  • หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทรับรองถึงรายนามกรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท  (ออกให้ไม่เกิน 1 เดือน)
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • รายงานการประชุมคณะกรรมการให้บริษัทเปิดบัญชีกับธนาคาร พร้อมด้วยกำหนดผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่ายเช็ค
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) 
  • บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการหรือบัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา บัตรที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องของบุคคลดังนี้ 
    - ผู้ถือหุ้นมากกว่า 20 %
    - กรรมการบริหาร 2 ท่าน (เป็นกรรมการผู้จัดการ 1 ท่าน) กรรมการ  ผู้มีอำนาจลงนาม (กรณีผู้ถือหุ้นที่ไม่ใช่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ต้องรับรองสำเนาถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามพร้อมตราประทับของบริษัท) (ยกเว้นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องขอสำเนาเอกสารการแสดงตนของผู้ถือหุ้นเกิน 20 % และ กรรมการบริหาร 2 ท่าน)
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจเซ็นสั่งจ่ายในนามบริษัท ( กรณีที่บัตรแสดงตนไม่แสดงที่อยู่ไว้บนบัตร )
  • ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • แบบ บอจ. 3 หรือ บอจ.4
  • หนังสือบริคณห์สนธิ
  • บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของนิติบุคคล
  • หนังสือมอบหมายให้ลงลายมือชื่อในเช็ค (ถ้ามี)

ส่วนราชการ  องค์กรของรัฐ  รัฐวิสาหกิจ

  • พระราชบัญญัติให้ทำการจัดตั้ง 
  • หนังสือมอบอำนาจให้ทำการเปิดบัญชีกับธนาคาร
  • บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้มีอำนาจลงนาม
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีบัตรแสดงตนไม่แสดงที่อยู่ไว้)
  • คำสั่งขอเปิดบัญชีพร้อมทั้งระบุผู้มีอำนาจลงนามและเงื่อนไขการสั่งจ่าย
 
อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

คลิกที่นี่  เพื่อดูอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ

 
ภาษีของดอกเบี้ยเงินฝาก

มีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับการฝากเงินในบัญชีสกุลบาท คือ สำหรับบัญชี FCD ประเภทออมทรัพย์

      - บุคคลธรรมดาคนไทย  เสีย 15%
      - นิติบุคคลไทย              เสีย 1%

 

อัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการฝากถอนบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

 

 ประเภทของการฝาก-ถอน

 ฝาก*

 ถอน*

 นำเงินบาทแลกเป็นเงินตราต่างประเทศและฝากเข้าบัญชี FCD  ไม่คิดค่าธรรมเนียม

 -

 ถอนเพื่อแลกเป็นเงินบาทหรือถอนเพื่อโอนระหว่างบัญชีของตนเอง หรือโอนไปบัญชีของธุรกิจในเครือที่ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50%

 -

 ไม่คิดค่าธรรมเนียม
 ธนบัตรต่างประเทศ  ค่าธรรมเนียมการฝากเข้าบัญชี1% ของจำนวนเงินที่ฝาก ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 500 บาท  ค่าธรรมเนียมการถอนจากบัญชี1%  ของจำนวนเงินที่ถอน ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 1,000 บาท
 เช็คเดินทาง ดราฟต์ต่างประเทศ (กรณีฝากหมายถึง ธนาคารรับซื้อดราฟต์ที่ระบุธนาคารต่างประเทศเป็นผู้จ่าย)  ค่าธรรมเนียมการฝากเข้าบัญชี USD = 0.25 % ของจำนวนเงินฝาก Others = 0.50% ของจำนวนเงินฝาก  ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 500 บาท+ อากรสแตมป์3 บาท+ ค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์ตราสารเช็คเดินทาง = 30 บาทดราฟต์ = 200 บาท และค่าธรรมเนียมของธนาคารต่างประเทศ (ถ้ามี)  ค่าธรรมเนียมการถอนจากบัญชี USD = 0.25 % ของจำนวนเงินถอน Others = 0.50% ของจำนวนเงินถอน    ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 500 บาท+ อากรสแตมป์ 3 บาท+ ดราฟต์ = 200 บาท
 ดราฟต์ต่างประเทศ (กรณีธนาคาร รับฝากดราฟต์ที่ระบุธนาคารต่างประเทศเป็นผู้จ่าย)  อากรสแตมป์3 บาท+ค่าเรียกเก็บ 10 USD+ค่าธรรมเนียมของธนาคารต่างประเทศ (ถ้ามี)

 -

 ดราฟต์ต่างประเทศ (กรณีธนาคารรับซื้อดราฟต์ที่ระบุธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้จ่าย)  อากรสแตมป์3 บาท+ ค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์ตราสาร 150 บาทต่อรายการ

 -

 เงินโอนต่างประเทศ

 ค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์เงินโอน 0.25% ของจำนวนเงินฝาก

- กรณีหักจากบัญชีเงินบาท เรียกเก็บ ขั้นต่ำ 200 บาท, ขั้นสูง 500 บาท

- กรณีหักจากบัญชี FCD เรียกเก็บ ขั้นต่ำ 10 USD , ขั้นสูง 25 USD

 ค่าธรรมเนียมการถอนจากบัญชี USD = 0.25 % ของจำนวนเงินถอน Others = 0.50% ของจำนวนเงินถอน    ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 1,000 บาท+ ค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์เงินโอน กรณีหักจากบัญชีเงินบาท = 500 บาท กรณีหักจากบัญชี FCD = 25 USD+ Pay in full (กรณีลูกค้าต้องการให้ปลายทางได้รับเงินเต็มจำนวน)


คลิกที่นี่
เพื่อดูอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการฝากถอนบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

คลิกที่นี่ เพื่อดูเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้บริการบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

สาขาของธนาคารที่ให้บริการ

คลิกที่นี่  เพื่อดูรายชื่อสาขาที่ให้บริการบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

วิธีการสมัคร/เปิดใช้บริการ

วิธีการฝากเงินเข้าบัญชี
  • ซื้อเงินตราต่างประเทศและฝากเข้าบัญชี
  • ฝากด้วยธนบัตรต่างประเทศ มีหลักเกณฑ์ดังนี้
    1. บุคคล / นิติบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (ยกเว้น ส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล  รัฐวิสาหกิจ และข้าราชการที่ปฎิบัติงานในต่างประเทศ) : ฝากได้ไม่เกินวันละ 10,000 USD หรือเทียบเท่า ตามระเบียบ ธปท. และลูกค้าต้องแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของเงินฝาก ประกอบการฝากเงิน กรณีที่เงินดังกล่าวเป็นรายได้จากต่างประเทศ
    2. ส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล  รัฐวิสาหกิจ และข้าราชการที่ปฎิบัติงานในต่างประเทศ: ฝากได้ไม่จำกัดจำนวน
  • ฝากด้วยเช็คเดินทางต่างประเทศ
  • ฝากด้วยดราฟต์ต่างประเทศ
  • ฝากด้วยเงินโอนเข้าจากต่างประเทศ
  • ฝากโดยการโอนเงินระหว่างบัญชี FCD

 

วิธีการถอนเงินจากบัญชี FCD 
  • ถอนเพื่อรับเป็นธนบัตรต่างประเทศ 
  • ถอนเพื่อรับเป็นเช็คเดินทางต่างประเทศ
  • ถอนเพื่อรับเป็นดราฟต์ต่างประเทศ
  • ถอนเพื่อโอนเงินออกไปต่างประเทศ
  • ถอนเพื่อโอนระหว่างบัญชี FCD ของตนเอง หรือโอนไปบัญชีของธุรกิจในเครือที่ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50%
  • ถอนเพื่อรับเป็นเงินบาท

 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่


K-Contact Center  โทร. 0 2888 8888

รายการส่งเสริมการขายและสิทธิพิเศษ

แผงผังเว็บไซต์ | นโยบายความเป็นส่วนตัว | คำสงวนสิทธิ์ | ©สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2555 บมจ. ธนาคารกสิกรไทย
1 ซอยราษฎร์บูรณะ 27/1 ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ 10140 โทรศัพท์: 0 2888 8888 โทรสาร: 0 2888 8882